จาก Poetry ถึง วังหลัง
posted on 10 Mar 2007 16:20 by maebin in OutSide"จุดหมายปลายทาง ไม่ได้สำคัญไปกว่า ระหว่างทาง เลย" - โฆษณา Ent' Quick
-------
ช่วงปิดเทอมนี่จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดีนะ
เพราะปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่.. นอนดึกได้อย่างเต็มใจ
ตื่นสายกว่าวันไปเรียน (แหงล่ะ เมธ์ต้องตื่นตั้งตี5 =_=)
ได้ใช้คอมและเนท ทำนู่นทำนี่ ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน
ชีวิตช่างมีแก่นสารอะไรเยี่ยงนี้ ฮ่าๆๆๆ
...
วันนี้ก็เหมือนกัน
นั่งๆนอนๆ เอากระดาษมาตั้งท่าแต่งฟิคซะดิบดี
5 นาทีผ่านไป มือยังหมุนปากกาอยู่
15 นาทีผ่านไป กระดาษยังว่างเปล่า
40 นาทีผ่านไป เพิ่งรู้สึกตัวว่าหลับไป (ฮาาาา)
แป้กจริงๆ ห่างจากการใช้สมองส่วนนี้ไปนาน
กลับมาอีกทีเลยต้องรื้อฟื้นความทรงจำกันเยอะหน่อย
อืม... เพราะที่ผ่านมาเรียนหนักด้วยมั้ง เลยแทบไม่ได้ไปแตะฟิคเลย
ตามหลักก็ควรจะให้สำคัญกับวิชาเอกมากที่สุดใช่มั้ย
ก็จริงอยู่ แต่เมธ์กลับเครียดกับวิชาโทมากกว่า - -
วุ่นวายชีวิตกับวิชาโทจนหลายคนคิดว่าเมธ์เปลี่ยนไปเอกอิ๊งแล้ว
เทอมล่าสุดเมธ์ลงเรียน Poetry ไป
(ชื่อเต็มๆคือ Introduction to Study English Poetry)
เป็นวิชาที่มีคนเตือนๆมาเยอะว่า ยากอยู่ แต่อ่านเวลาจะสอบน่ะ ไม่เยอะ(มาก)
ก็ เอาน่ะ ไหนๆก็จะฝึกตัวเองแล้ว เรียนภาษาในคณะนี้มันก็ยากทุกวิชานั่นล่ะ
คาบแรก..
เท่าที่ดูๆมองๆ ก็มีคนนั่งอยู่เต็มห้อง มีทั้งหมด 2 เซค (2ห้อง)
ห้องแรกเป็นพวกเอกอิ๊ง แอบเฮในใจ เพราะจะได้ไม่รู้สึกกดกัน
แต่เฮได้ไม่นานก็ต้องอึ้งเล็กๆกับอาจารย์ที่เดินก้าวสวบๆๆกระโปรงยาวพริ้วเดินเข้ามาในห้องเมธ์
วันนั้นอาจารย์สะพายกระเป๋าใบใหญ่สีดำ อีกมือถือวิทยุสีเทาฟ้ามาด้วย
พอวางของบนโต๊ะปุ๊บก็เช็คชื่อนิสิต แล้วก็แนะนำตัวกันนิดหน่อย
แล้วอาจารย์ก็ดึงปึกตารางเรียน (เรียก Course Syllabus ค่ะ) ออกมาแจก
แล้วก็เกริ่นเรื่องกลอนนิดหน่อย ก่อนจะให้หยิบกระดาษมาคนละแผ่น .. แต่งกลอน -*-
ยัง ยังไม่พอ มีเงื่อนไขอีก ว่าให้แฝง "สีที่ชอบ" และ "สัตว์ที่ชอบ" ในกลอนนั้นด้วย
ตึ้ง!!! เคยแต่แต่งกลอนไฮคุ มาคราวนี้ จับปากกาอึ้งกันไปเลย
3 วินาทีหลังจากอาจารย์อธิบายงานชิ้นแรกนี้ ทั้งห้องเงียบกริบอย่างน่ากลัว
กดดันกันตั้งแต่20นาทีแรกเลยนะเพื่อนนะ =''=
เมธ์ก็เลยลองเขี่ยๆความคิดลงกระดาษดู
"I want to fly,
flying up high,
to touch that blue sky,
before the first rainbow's line"
ลองทายกันดูเล่นๆมั้ยคะ ว่าสีอะไร และ สัตว์อะไร ^__^
(จริงๆเมธ์ชอบหมาแต่ไม่รู้จะแต่งยังไง เลยเปลี่ยนเป็น สัตว์ที่ไม่ชอบ แทน)
แต่งเสร็จเงยหน้าขึ้นมองปฏิกิริยาคนรอบข้าง
...
สรุปว่าเมธ์แต่งเสร็จคนแรก เอาแล้วไง -*-
เลยรีบก้มหน้าลงทำเหมือนยังง่วนอยู่กับการแต่ง ฮ่ะๆๆ
20 นาทีจากนั้น ผ่านไปอย่างต้วมเตี้ยมมาก
จนแต่งกันเสร็จครบทุกคน
อาจารย์ก็ให้พูดกลอนให้เพื่อนทายกัน (อาจารย์ก็ทายด้วย)
ก็ขำๆกันไป เดาออกกันอยู่แล้วล่ะ
คุยกันต่ออีกนิดหน่อย ก็คิดว่าคงจะเริ่มเรียนกัน แต่เปล่าเลย
อาจารย์ส่งกลอน 3 แผ่น ให้เลือกฉีกกันไปคนละอัน
ก็ส่งแผ่นกลอนนั่นต่อๆกันมา
กว่าจะถึงเมธ์ กระดาษก็มาเป็นส่วนๆพอดีเพราะฉีกกันไปเยอะแล้ว
ดูลวกๆก็หยิบมาเลย ได้กลอนของ Emily Dickinson
''A word is dead
When it is said,
Some say.
I say it just
Begins to live
That day. ''
เลือกมาแบบไม่ได้คิดอะไร รู้แต่ว่า กลอนสั้นดี ศัพท์ก็แสนจะง่าย
พอได้กันครบทุกคนแล้ว อาจารย์ก็ดึงโต๊ะเลคเชอร์ตัวนึงไปตั้งหน้าห้อง
เอาวิทยุไปวาง แล้วก็หันมาถามหาคนที่มีวันเกิดใกล้วันนั้นมากที่สุด
เธอคนนั้นก็เดินออกไปนั่งที่โต๊ะนั่นแบบงงๆ
สุดท้าย อาจารย์เลย(เพิ่งจะ)พูดว่า จะให้อ่านกลอนที่เลือกๆไปนั่นน่ะ ... อัดใส่เทป
ตึ้ง!!!
เหวอกันเลย คาบแรกก็อัดลงเทปซะแล้ว ยัง ยังไม่หมดค่ะ
เพราะอาจารย์หยิบกล้องออกจากกระเป๋า แล้วก็บอกว่า จะอัดวีดีโอด้วย
ตึ้ง!!!
คราวนี้เหวอหนักกว่าเดิม ทุกคนพร้อมใจกันหน้าตื่น
(แต่คงไม่เท่าเพือนคนที่นั่งอยู่หน้าห้อง เหอๆ)
จากที่ไกล ก็ค่อยๆใกล้วันเกิดเมธ์เข้ามาเรื่อยๆ จนถึงคิวเมธ์
ออกไปอ่าน (ขอบคุณพระเจ้า กลอนสั้นๆ เฮ~) กลับเข้ามา
นั่งต่ออีกหน่อย ก็หมดคาบพอดี
...
ช่างเป็นคาบเรียนแรกที่เรียกเสียงฮือฮาได้ดีจริงๆ
ตั้งแต่นั้นก็เรียนๆหลับๆมาตลอด ทั้งที่เมธ์นั่งแถวที่2จากหน้ากระดาน (แถวแรกไม่มีใครกล้านั่ง ใครเข้าเรียนก่อน มักเลือกนั่งหลังๆ)
จะว่าไปเมธ์นั่งเกือบจะตรงหน้าอาจารย์เลยนะ แต่ก็สัปหงกอยู่ดี เยี่ยมจริงๆ =_=
อุปกรณ์การสอนไฮโซมาก ทั้งโน๊ตบุ๊ค , เครื่อง Over Head , ลำโพง ฯลฯ
ส่วนแนวการสอนของอาจารย์ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นแบบฝรั่ง
แชร์ความคิดกัน ซึ่งเมธ์ก็ว่ามันดี ตรงที่เปิดโอกาสให้กล้าถาม กล้าพูด
แต่ปัญหาคือ พอหมดชั่วโมง อาจารย์ไม่ได้บอกว่าความคิดไหนถูก
แล้วตกลงที่เรียนมา ที่คุยกันมา ที่เถียงกันมา นั่นจะสรุปยังไงล่ะ
เป็นแบบนี้มาตลอดเทอม
เมธ์เครียดทุกครั้งที่ได้รับ Assignment (ทั้งเทอม จะได้ 4 อัน)
เป็นปกติของเด็กคณะนี้รึยังไงไม่รู้
คำถามข้อนึง 2 คะแนน ต้องเขียนอย่างกะ 10 คะแนน
ที่ให้เขียนตอบมีครึ่งหน้า ไม่พอ ต้องต่อด้านหลัง
...
คะแนน Assignment แรก ... ตก - -
เขียนไปตั้งเยอะ แต่เพื่อนปลอบว่า ยังไม่ชิน ฮ่ะๆ
คะแนน Assignment ต่อมาก็เด้งมาอยู่ในระดับดี
มีบ้างที่เคว้งไป อย่างตอนรู้ผลสอบมิดเทอม แต่ก็ยังฮึดอยู่
แต่เครียดแบบเข้าขั้น คงจะเป็นช่วงปลายเทอม
วันศุกร์หลังตรุษจีน เมธ์มีเรียนครึ่งเช้า แต่ก็จัดการโดดซะ
ไม่ใช่ว่าหนีเที่ยวหรอก แต่เพราะมีนัดกับ... รายงานวิชา poetry =''=
จะบ้าตาย นั่งทำงกๆกับเพื่อน 2 คน
ทั้งๆที่เป็นงานกลุ่ม 4 คน แต่อีก 2 คน ดัน ... ไม่ช่วยงาน -*-
(ข้ามช่วงนี้ไปดีกว่า ย้อนหลับไปนึกแล้วอารมณ์เสียเปล่าๆ เฮ้อ!)
ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน ยิ่งกว่านั้นคือ ข้าวเช้าก็ไม่ได้กินด้วย
นั่งคุย นั่งวิเคราะห์กลอนกับเพื่อน2คน จน.. เกือบ 4 โมง
ส่งทันพอดี แทบไม่มีแรงกลับบ้าน
แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำมาขนาดนี้ ทนเรียนมาตลอดเทอม เสียน้ำตาให้ไปตั้งเยอะ ยังๆ ยังไม่ท้อ
ตกกลางคืนเลยนั่งทำ power point ต่อ ทำไปก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันไป
ง่วงก็ง่วง แต่หลับไม่ลง
วันพุธ ยังไม่ถึงคิวรายงาน แต่ก็เข้าไปฟัง ดูลาดเลาว่ากลุ่มอื่นเค้าทำกันยังไง
ฟังไปก็อื้อหืออ้าหาไป เค้าทำแจ่มกันขนาดนั้น เราจะสู้เค้าไหวมั้ยเนี่ย
แถมอาจารย์ยังมีคำถามให้หลังรายงานอีก โอ้ แล้วฉันล่ะ
พอหมดคาบแรก ก็ย้ายห้อง เพื่อนคนนึงหันมาสะกิดขอดูกลอน
พอเมธ์ส่งกลอนของกลุ่มให้ดู
"ไม่ใช่อันนี้ดิเมธ์ กลอนที่เป็นงานเดี่ยวน่ะ"
"ทำไมหรอ ไม่ได้เอามาอะ อยู่บ้าน"
"หา? เฮ้ยเมธ์ วันนี้รายงานนะ"
...
O_O
แทบตกบันได
รายงานเดี่ยว!?!
อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
บ้ากันไปแล้ว ไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าต้องรายงานวันนั้น
รายงานเดี่ยวที่ว่าคือ ออกไปอ่านกลอนที่ได้ตั้งแต่คาบเรียนแรก
ไม่เชิงอ่านนะ เพราะเห็นแต่ละคนจำมาพูดๆกันทั้งนั้น
แล้วเวลาพูดก็ต้องออกท่าทางให้เข้ากับอารมณ์ของกลอน
จะกระโดดขึ้นไปนั่งพูดบนโต๊ะหรือจะนอนราบกับพื้นไปพูดไปก็ได้ ยังไงก็ได้
แน่นอนว่าการออกไปพูดกลอนคราวนี้... อัดวีดีโอ =''=
อาจารย์เค้าจะทำวิจัยอะไรรึเปล่าเนี่ย งื้อออ T^T
ดูคิวแล้ว.. เมธ์ต้องออกไปพูดเป็นคนที่.. 3
กรรมแต่ปางไหนไม่รู้ -*-
เลยจัดแจงวิ่งตัวปลิวลงไปจดกลอนที่ห้องคอมฯแล้วก็วิ่งกลับขึ้นมาที่ห้อง
โชคดีที่กลอนที่เมธ์ได้ มันช่าง สั้น แสนสั้น ยิ่งกว่าสั้น อ่านรวดเดียวจำได้
แล้วก็โชคดียิ่งขึ้นที่มีเพื่อนบางคนมาขอแลกคิว เพราะชั่วโมงต่อไปมีสอบ
แลกกันไปแลกกันมา เมธ์เลยได้คิว 9 มาแทน
ก็ยังดี ใช้เวลาที่มีน้อยนิด คิดหาทางว่าจะออกไปนำเสนอกลอนยังไงดี
และแล้วพอถึงคิว ก็ออกไปยืนทื่อๆ ทำเสียงแข็งๆเหมือนคนใกล้จะตาย
พอพูดจบก็กล่าวขอบคุณ..
"เฮ้ย? แค่เนี๊ยะ?!" ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์ และอาจารย์คนอื่น(ที่มาร่วมฟังด้วย) อึ้งไปตามๆกัน
ก็บอกแล้วว่ากลอนมันสั้น =_=
พอกลับบ้าน เช็คเมล์ ...
อาจารย์ poetry ส่งเมล์มา (อย่างที่บอก ระบบการสอน การติดต่อของอาจารย์ เข้าขั้นไฮโซค่ะ) อ่านไปไม่ถึง 5 วิ หัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นชื่อตัวเองอยู่ในเมล์ด้วย
** Dear all,
Bravo! Good effort, everyone, with Wednesday's events. There have been praises all around. Maywadee gave a wonderful reading of Dickinson's poem that I think speaks very well of yesterday's program. You've really made the poems/words come alive that day. This can be your self-evaluation, comparing your readings from the beginning of class with what you did at the recital, how much more have you understood and appreciated the piece you have chosen? Likewise with the conference sessions. **
...
ฮิฮิ้ววววววววววววววววววววววววววววว
...
2 วันต่อมา ก็ถึงคิวรายงานหน้าห้อง
สมาชิกคนนึงเกือบมาไม่ทันรายงาน ด้วยเหตุผลแสนน่ารักที่ว่า "ตื่นสาย"
เข้าเรียนวิชานี้ 8 โมง เธอตื่น.. 8 โมง -*-
(ขอข้ามช่วงนี้ด้วยนะคะ เฮ้อ!)
แต่สวรรค์ก็ยังคงให้โอกาสให้เธอบึ่งรถมาทันแบบฉิวเฉียด
รายงานหน้าห้องผ่านไปได้ด้วยดี แทบฟุบคาโน๊ตบุ๊คอาจารย์
จังหวะที่ดึงแอนดี้ไดรฟ์ออกมาเก็บลงกระเป๋า นี่บีบอารมณ์ยิ่งกว่าหนังแนวดราม่าบางเรื่อง
ทำได้แล้ว รายงานจบแล้ว แล้วก็สอบไฟนอลไปแล้วด้วย
...
ผ่านไปแล้ว
ฮือออ T-T~
-------
.
วันก่อนไปโหวตพ่อบ้านแม่บ้าน คนมาน้อยตามคาด ถ้าพนันไว้สงสัยรวยเละ ฮ่ะๆ
พอออกจากมหาลัย ก็ไปตะลุยวังหลัง
เพิ่งจะเคยได้ไปก็ครั้งนี้ล่ะ ออกแนวตื่นเต้น อิอิ


สนามหลวงจ้า (ยังไม่เคยได้ไปเล่นว่าวเล้ยยย~)

มีใครสนใจทำฟันปลอมบ้างเอ่ย ^^

ได้เห็นเองกับตาแล้วสินะ แต่ภาพไม่ค่อยชัดนักหรอก.. โดนน้ำตากลบไปหน่อยนึง - -

ไปฝากท้องกับข้าวหน้าเป็ด 30 บาท + น้ำอ้อยอีก 10 บาท อิ่มอร่อยเลย แฮ่~ ได้ยินเพื่อนเมธ์บอกว่าร้านนี้เคยออกรายการ "What is it?" ด้วยล่ะ

เตรียมลงเรือค่ะ แดดแรงดีจริงๆ เห็นแล้วอยากตากผ้า ฮ่าๆๆ

นานทีปีหนจะเห็นแม่น้ำกะเค้ามั่ง
ดูสะอาดดีนะ แต่เอาเข้าจริง เห็นขยะลอยค่ะ - -
แอบเวียนหัวด้วยล่ะ มัวแต่จ้องน้ำเพลิน ฮ่ะๆ
ไปถึงก็เดิน เดิ๊น เดิน
เป็นของมือสอง , สาม , สี่ , ห้า , ... ทั้งนั้น
มีบางร้านที่เหมือนหลงมาชอบกล เพราะขายของมือหนึ่ง ฮ่ะๆ
เพื่อนที่ไปด้วยกัน หมดตังค์ไปหลายร้อย แต่ก็ได้ของมาหลายถุงนะ
ในขณะที่เมธ์เดินตัวปลิว เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร
อีกอย่าง ของมือสอง สาม สี่ นี่ เมธ์ไม่กล้าซื้อ
...
กลัวค่ะ +_+
ตอนนั่งเรือขากลับ ได้ภาพวัดอรุณฯมาด้วย

ยังคุยเล่นๆกับเพื่อนเลยว่า จริงๆไม่ต้องถ่ายก็ได้ หาเอาจาก google สะดวกกว่าเยอะ ฮ่าๆ
เอ้าเฮ~
น่าเสียดายที่เย็นมากแล้ว (แต่แดดยังแรงอยู่ -*- ) เลยอดไปวัดพระแก้วเลย

หวังว่าโอกาสหน้าคงไม่พลาดหรอกนะ ^__^
----------------------------------------------------------------------------
คิดถึงหนังเรื่องนี้จังแฮะ ^^
Sunyanzi - Yujian (Turn Left Turn Right OST.)


ยินดีด้วยนะหนูเมธ์ ในที่สุดวิชากลอนก็ผ่านไปได้ด้วยดี เลิศมากขนาดอ.ชมผ่านอีเมลเลย เจ๋งๆๆ
ตบมือแปะๆๆๆให้
#1 By VAR on 2007-03-10 20:31