สิ่งมหัศจรรย์ในดินแดนมหัศจรรย์
posted on 20 Mar 2007 23:24 by maebin in OutSide
"คนเรา บางครั้ง ถึงแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งบางสิ่งอย่างถ่องแท้ แต่หากสถานการณ์รอบข้างมันรุมเร้าบอกเราบอกว่า ทำไปเถอะ ไม่แน่ สิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วก็เป็นได้" - แทนไท ประเสริฐกุล
------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่ร้อนระอุอย่างดุเดือดมาตลอดอาทิตย์
และแล้ว~
ฝนก็ตก ซ่าาาาา ตอนประมาณตี4
8 โมงเช้า เหมือนฟ้ายังไม่เปิด
หวั่นๆอยู่ กลัวฝนจะตกอีก ได้แต่ภาวนาให้แดดออกไวๆ
เพราะวันนี้ มีนัด~!
แฮ่ จะได้ตะลอนเที่ยวอีกแล้วค่ะ
วันนี้วางโปรแกรมอะไรมั่งไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือตั้งใจว่า
จะไปวัดพระแก้ว (หลังจากที่ชวดไปเมื่อครั้งก่อนที่ไปท่าพระจันทร์)
เมธ์นัดเจอเพื่อนที่หมอชิต
จะเพราะกลัวรอรถนาน หรือเพราะอยากไปวัดจัด หรือยังไงไม่รู้
แต่เราก็พร้อมใจกันกระโดดขึ้นรถเมล์สีแดงคันแรกที่มา
การเดินทางครั้งนี้ ฝากชีวิตไว้ที่.. สาย 3
เป็นครั้งแรกที่เมธ์นั่งรถไปวัดพระแก้วเองนะเนี่ย
(ที่เคยไปตอนนั้น ไปกับพระอาจารย์ค่ะ รู้สึกจะเป็นตอนที่เมธ์ไปสอบนักธรรมฯ แล้วขากลับพระอาจารย์เลยแวะให้เข้าไปดู)
นั่งไปก็มองทางไป
ทั้งๆที่รถก็ติด แต่กลับรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ
คงเพราะตื่นเต้นล่ะมั้ง ^^
นั่งไปเรื่อยๆจนถึงสนามหลวง หน้ามันเยิ้ม แต่เราก็ยังมีรอยยิ้มเลอะอยู่ที่หน้า
ลงรถได้ก็ต้องเดินกันต่ออีก
T-T~
พูดถึงสนามหลวง สิ่งแรกที่เมธ์คิด ก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า
นั่นคือ ... นกพิราบ -*-
ผ่านกองทัพนกพิราบไปได้ ก็ถึงที่หมาย (เย่~)
แล้วก็เป็นไปตามคาด เพราะก่อนหน้านี้ เพื่อนเมธ์นัดไว้ว่าให้ใส่ขาสั้น
จะสั้น หรือจะสามส่วน สี่-ห้าส่วน หรือยังไงก็ได้ เอาแบบ ให้ต้องใส่ผ้าถุง
(ความคิดแสนบรรเจิดของเด็กเมืองกรุงจริงๆ ฮ่ะๆ)
จริงๆเมธ์แค่พับขากางเกงลงก็ได้นะ แต่เอาเถอะ ไหนๆมาแล้ว ขอซักหน่อย ^^
ก็เลยจัดการเดินเข้าไปยืมผ้าถุงกัน
ถ้าคนไทยไปก็แลกบัตรประชาชนกับผ้าถุง หรือถ้าไม่มี ต้องมัดจำไว้ 100 บาทค่ะ
เที่ยวเสร็จแล้วค่อยกลับมาเอาคืน อ้อ! ปิด 4 โมงเย็นนะคะ
ถ้าเป็นชาวต่างชาติ เมธ์ไม่แน่ใจแฮะ ดูมาแล้วแต่ลืมค่ะ (งื้อออ T^T)
ไม่ใช่แค่ผ้าถุงนะคะ
สำหรับชาวต่างชาติที่ใส่สายเดี่ยวเอวลอยมา ก็มีเสื้อเชิ๊ตให้ยืมด้วย
เรียกว่า ครบชุด ^^
เมธ์ได้ผ้าถุง สีน้ำตาลเหลือบเขียว หุๆ เข้าชุดกับเสื้อสีเขียวขี้ม้าพอดี
กลายเป็นสาวรักธรรมชาติไปเลย โทนสีแบบนี้ ฮ่ะๆ
ในห้องเปลี่ยนชุดก็ติดแอร์ซะเย็นฉ่ำ
ว่าจะยืนเปลี่ยนนานๆอยู่เหมือนกันนะ ^^
เพราะไม่มั่นใจในฝีมือการผูกของตัวเอง เลยตกลงใจจะใส่ทับยีนส์ไปเลย ยอมร้อนค่ะ เหอๆๆ
แต่แล้ว ตั้งท่าเดินเป็นสาวไทยผู้เรียบร้อยได้ไม่ถึง 4 ก้าว
หูก็ได้ยินเสียงแว่วๆมา
"โอ้ว ดิส อิส ซา-โหร่ง. วี คอล ซา-โหร่ง. เอส-เอ-แอล-โอ-เอ็น-จี"
ไกด์ผู้ชายหันไปพูดกับนักท่องเที่ยว
อารมณ์ฉุนพุ่งขึ้นมาในหัวทันที
เมธ์จัดการเดินให้ช้าลง พอจังหวะที่สวนกับชางต่างชาติคนนั้นปุ๊บ
"โนว, วี คอล ผ้าถุง" พูดไปหน้าตาเฉย
แล้วก็เดินต่อ (เพราะถูกเพื่อนลากไป กลัวไปตีกับไกด์)
ขำตัวเองอยู่เหมือนกันค่ะ แต่พูดไปแล้วนี่เนอะ ฮ่ะๆ
จบโหมตฉุน ก็เข้าสู่โหมตตื่นตาตื่นใจ
สีเสื้อ , ผ้าถุง และกระเป๋า เข้ากันเหมือนจงใจ ฮ่ะๆ
น่าจะแปลว่า ห้ามเมธ์ซน - -"
เข้าชุดหมด เว้นรองเท้าผ้าใบค่ะ (ฮาาา)
แบบจำลองค่ะ ทึ่งทั้งคนที่ทำของจริงและของจำลอง แต่แล้ว สายตาพลันไปสะดุดกับ สิ่งๆหนึ่ง.. นั่นคือ!?!
แมวค่ะ (ฮาาาา) ภาพไม่ชัดเพราะกว่าจะตั้งสติหยิบกล้องมา น้องเหมียวก็ผลุบหายเข้าไปแล้ว
ใช่บัวนิลุบลรึเปล่านะ?
.
นอกจากจะดู สิ่งต่างๆ สิ่งนู้นสิ่งนี้ ในวัดพระแก้วแล้ว
บรรดาคนที่เข้ามาในวัดก็ดึงดูดสายตาได้ไม่แพ้กันค่ะ
มีทัวร์มาลงเยอะอย่างที่รู้ๆกัน
ชาวต่างชาติที่เห็นส่วนมากจะเป็นกลุ่มวัยกลางคน
ไม่ก็เป็นรุ่นคุณลุงแล้วล่ะ
จะมีบางกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน
ท่าประจำเวลาถ่ายรูป หนีไม่พ้น ชู2นิ้ว สู้ตาย
...
.
อิทธิพลผ้าถุง(อีกแล้ว) เลยฝากกล้องไว้ให้เพื่อนถ่ายให้
ส่วนเมธ์ก็จัดการไปยืนซะกลางลาน ทำหน้าจริงจัง แล้ว ...
ยกมือขึ้นพนม (เหอๆๆ)
...
ได้ผล! อึดใจต่อมา ชาวต่างชาติพนมมือถ่ายรูปกันใหญ่เลย
แฮ่~ ^^
.
ถึงอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ขา 2 คู่ ก็ยังเดินๆๆๆกันต่อไป
เหนื่อยนักก็พักซักหน่อย
พอให้หายร้อนแล้วก็ลุกเดินกันต่อ
ได้เข้าไปกราบพระแก้วมรกตกันด้วย ตอนแรกนึกว่าจะอด เพราะเห็นว่ากำลังอยู่ในช่วงบูรณะซ่อมแซมอยู่
กราบไปก็ได้ยินเสียง "โน โฟโต้ๆ" เป็นระยะ
เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเตรียมถ่ายรูป แต่เผอิญว่าพี่เจ้าหน้าที่เค้าตาไวกว่าค่ะ อิอิ
.
เดินจนวนกลับมาเอาผ้าถุงคืน แล้วก็รับบัตรประชาชนคืน
แล้วเราก็นั่งรถไปลงที่ถนนพระอาทิตย์
แล้วก็เดิน เดิ๊น~ เดิน ไปจนถึงวัดสังเวช
เพื่อไปฝากท้องกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยที่อร่อยที่สุดในโลก (เพื่อนเมธ์ว่าอย่างนั้น)
ถึงจะคอยนานจนลืมว่าสั่งอะไรไป แต่ความอร่อยก็ช่วยแก้สถานการณ์ได้ทัน
25 บาท + ชามะนาว (ที่ไม่ได้รสมะนาว) 10 บาท
อิ่มอร่อย~
.
จากนั้นก็เดินๆๆๆ ไปนั่งพักที่สวนสันติชัยปราการ
มองไปเห็นสะพานพระราม8ด้วย
น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นตอนกลางคืน อยากดูเวลาเค้าเปิดไฟจัง
ใกล้ๆกัน ก็เห็นฝรั่งคนนึง กำลังซ้อมโยนไม้ (น่าจะเรียกว่าไม้นะเมธ์ว่า)
ไม่รู้สิ เราอาจจะเคยชินกับภาพการโยนไม้โยนห่วงตามงานวัด เราอู้หูอ้าหา ทึ่งกับความสามารถนั้น แต่บางครั้ง การแอบลุ้นเอาใจช่วยให้คนอื่นประสบความสำเร็จ ก็เป็นความสุขอย่างนึงนะคะ
.
แล้วเพื่อนก็พาเมธ์เดิน เดิ๊น~ เดิน ไปถนนข้าวสาร
คนอื่นอาจจะบอกว่าดี ว่าแจ่ม ว่าแจ๋ว
แต่เมธ์ว่า "ไม่เห็นจะมีอะไรเลย"
ก็แค่บริเวณที่มีฝรั่งเยอะๆ
นั่งกินข้าว จิบเบียร์ สูบบุหรี่
ถักผมเปีย สักแขน เจาะจมูก
ไม่มีอะไรพิเศษสะดุดใจเมธ์เลยจริงๆ เฮ้อ
.
เดินจนสุด แล้วก็เดินกลับมาที่เดิม แวะร้านเค้กที่ บ้านพระอาทิตย์
บรรยากาศในร้านดูดีมาก
เก้าอี้นุ่มๆ แอร์เย็นๆ ได้กลิ่นกาแฟกับแป้งเค้กโชยมา
หม่ำกันจนหนำใจกันแล้วก็ได้เวลากลับบ้าน
นั่งสาย 3 (คราวนี้ได้รถยูโรสีส้มค่ะ - ขอบคุณพระเจ้า) กลับมาที่หมอชิต
ก่อนที่จะแยกกันกลับบ้าน
หมดไปแล้วอีก 1 วันค่ะ ^^
.
-------
.
ลืมเฉลยคำถามเมื่อครั้งกระโน้น ถึงจะมี คุณเจ้าชายน้อย ที่ลองทายมาแค่คนเดียวก็เถอะนะ T-T
.
"I want to fly,
flying up high,
to touch that blue sky,
before the first rainbow's line"
.
สัตว์และสีที่แฝงในกลอน คือ นก กับ สีม่วงและสีแดง ค่ะ ^^
(the first rainbow's line เป็นได้ทั้ง 2 สี)
.
-------
.
รู้ผลสอบแล้วค่ะ เมธ์ได้ 3.18
งืมๆ ....
.
------------------------------------------------------
Big City, Small Love - Wang leehom

ประมาณว่าสัญชาตญาณความเป็นพี่ชายที่แสนดีของรวิวรรณ จินดา ก่อกำเนิดในใจอย่างกระทันหัน เหมือนนั่งมองน้องสาวจอมซนวิ่งไปวิ่งมายังไงยังงั้นเลย
) แบบกำลังเดินทอดน่องอยู่ในวังประมาณนั้น ชอบๆ ว่าแต่ใส่ผ้าถุงแล้วดูเรียบร้อยกระทันหันนะ ว่าไหม

น้องเมธ์ใส่ผ้าถุง ตัวจริงจะ.....เหมือนในรูปป่าวน้าา
คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าเลยนะคะ เข้านอนแล้วค่ะ
#1 By Hongfha on 2007-03-20 23:50