บ้านรับน้อง
posted on 29 May 2007 15:42 by maebin in Event
It isn't what you have, or who you are, or where you are, or what you are doing that makes you happy or unhappy. It is what you think about. -Dale Carnegie
.
----------------------------------------------------
.
กลับ-มา-แล้ว-จ้าาาาาาาาาาาาาา
วุฮู้วววววววววววววววววววววววววววววววว
จบช่วงซ้อมรับน้อง แล้ว
รับน้อง แล้ว
จบงานบวชเพื่อน แล้ว
แรงหมด แล้ว
ไม่สบาย แล้ว
จะตาย แล้ว
ตอนนี้รอด แล้ว
เพราะ-ฉะ-นั้น~
เลยมีแรงกรอเทปชีวิต
วันนี้เลยว่าจะมาเล่าความวุ่นวายปนรอยยิ้มในช่วงชีวิตท่ผ่านมาให้ฟังกันค่ะ
เอ้า ล้อมวงไพ่ เอ้ยยย ล้อมมมมมวงกันเข้ามาใกล้ๆอีกนิด
เสียงไม่ค่อยจะมี นั่งไกลไปเดี๋ยวอดฟังนา~
.
----------------------------------------------------
.
คำชี้แจง :
- เอนทรี่นี้ ยาวมาก แต่ก็ตั้งใจพิมพ์มาก เช่นกัน
- เอนทรี่นี้เป็นการถ่ายทอดจากมุมมองของเจ้าของบล๊อค โปรดใช้วิจารณญาณและลูกตาในการอ่าน
- เอนทรี่นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ทุกความคิดที่ถ่ายทอดผ่านแป้นคีย์บอร์ดล้วนเป็นความจริง แต่อาจมีคำพูดในเหตุการณ์นั้นๆที่ผิดเพี๊ยนบ้างเล็กน้อย เพราะไม่สามารถจำมาได้หมดทุกคำ
- เอนทรี่นี้เขียนตอนเจ้าของบล๊อคกำลังฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจ สำหรับผู้ที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ สามารถติดต่อสอบถามได้หลังลำโพง เอ้ย หลังไมค์
- เอนทรี่นี้มีรูปประมาณ 98% ที่ไม่ชัด เนื่องจากดันฝากกล้องไว้กับเพื่อนที่ชอบมือสั่นตื่นเต้นเวลาถ่ายรูป >''<
- เอนทรี่นี้อาจมีคำไม่สุภาพโผล่ขึ้นมาให้เห็นบ้างประปราย เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ควรพาผู้ปกครองมานั่งอ่านและคอมเม้นท์ด้วยกัน
.
----------------------------------------------------
.
24 มิถุนา 50
อดไปซ้อมรับน้อง
เนื่องจากแม่ไม่ให้ไป ด้วยเหตุผล "ต้องพัก ไม่อย่างนั้น ไม่ให้ไปวันจริง"
โอเค พรุ่งนี้ค่อยไปก็ยังทัน เลยนั่งๆนอนๆอยู่บ้าน
ตกเย็น รุ่นน้องและรุ่นเพื่อน กระหน่ำโทรตามว่าทำไมไม่มา วันนี้ว่าจะซ้อมใหญ่กัน
พรุ่งนี้ไม่มีการซ้อมแล้ว แค่นัดไปรับเสื้อบ้าน + ป้ายพี่บ้าน
ฮ่วยยยยยยย ไปซ้อมทุกวัน ทีวันซ้อมใหญ่ดันพลาด
25 มิถุนา 50
ไปมหา'ลัย รับของ
พอได้ป้ายชื่อมา แทบสิ้นสติ เพราะเขียนชื่อผิด ผิดยังไงน่ะหรอคะ ... หึๆๆ ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย
เพราะในป้ายมันเขียนว่า "เมธี"
สระเอ - ม.ม้า - ธงธง - สระอี
ให้ตายเถอะ ฉันไม่ใช่กระเทยยยยยยยยยยย
โชคดีที่น้องบ้านช่วยแก้ให้ จนสระอีกลายร่างเป็นการันต์ ไม่งั้นแย่แน่
พอได้ของครบก็กลับบ้าน
ตกเย็นเอาเสื้อเอากระโปรงมารีด
ชาร์ตแบตมือถือและกล้องให้พร้อม
คว้าๆๆๆของใช้ที่จำเป็น อันได้แก่ ...
- พัด สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้
- ผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชู่ มิใช่เพื่อเตรียมอ่อยเหยื่อ แต่เพราะอากาศมันต้องร้อนมากกกกกกกแน่ๆ
- ยาดมยาลมยาหม่อง สิ่งเล็กๆน้อยๆที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
- อุปกรณ์ลดความงาม เอ้ย เสริมความงาม (ควรพกติดไปเผื่อน้องบ้านด้วยแม้ตัวเองจะไม่ได้ใช้ก็ตาม)
- กระเป๋าตังค์ ซึ่งรวมถึงเงินและบัตรทั้งหลายแหล่ ตั้งแต่บัตรประชาชน , บัตรนิสิต , บัตรบีทีเอส , บัตรรถไฟใต้ดิน , บัตรMK , บัตรซเวนเซ่น ฯลฯ
- กำลังใจและแรงฮึดอีกเฮือกใหญ่
26 มิถุนา 50
เดินโงนเงนเข้างานแต่เช้า เมื่อคืนท่าจะตื่นเต้นจัดเลยนอนไม่หลับ
เดินงงๆผ่านจนท.ส่วนกลางเข้ามหา'ลัยหน้าตาเฉย ไม่รู้ตัวเลยว่าลืมหยิบป้าย "พี่บ้าน" มาห้อยคอ แล้วส่วนกลางก็ไม่เห็นจะทักอะไรเลย คุยกับเพื่อนและน้องบ้านแล้ว เลยพอจะสรุป(แบบเข้าข้างตัวเอง)ได้ว่า "หน้าเด็ก เค้าเลยนึกว่าเป็นเฟรชชี่" ก๊ากกกกกกกก
แต่เสียงหัวเราะก็หยุดลงเมื่อได้เวลา "เปลี่ยนชุด"
เวรของกรรม และกรรมของเวรโดยแท้
เมื่อธีมบ้านปีนี้คือ "โรงเรียน"
ตอนแรกหลงดีใจ เพราะเห็นบอกว่า จะให้ปี2 ใส่ชุดนักเรียน
ปี3 เป็นครู ส่วนปี4และพี่บัณฑิตให้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน
"พี่เมธ์ไม่ต้องดีใจไป เพราะพวกหนูนับรวมพวกพี่ไปใส่ชุดนักเรียนด้วย"
"ใช่ๆ สั่งไซส์เสื้อไปแล้วค่ะ"
"คอซองนะพี่ ชุดม.ต้นอะ"
"มีเขียนชื่อด้วยนะพี่ ของพี่เมธ์ก็เป้น ด.ญ.เมธ์ อักษร3"
"พี่เมธ์ยังมีกระโปรงมัธยมอยู่มั้ย?"
"ถ้าไม่มี ผมว่าพี่เมธ์ใส่เสื้อม.ต้นกับกระโปรงพรีทแทนแล้วกัน"
.
...
.
ซึ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง T^T
จะขึ้นปี3แล้วนะเฟร้ยยยยยยยยยยยยย
ความคิดมนุษย์ตนไหนฟระ!?!
แต่ด้วยความมีสปีริต (หรือความบ้า?) ก็ไม่อาจทราบได้
เมธ์ก็ใส่กะเค้าเหมือนกัน - -"
โชคดีที่ยืมกระโปรงมัธยมจากเพื่อนผู้แสนดีคนนึงได้ ขอบคุณพระเจ้าาาาา
พอแปลงร่างเสร็จ ก็นึกว่าจะไม่ต้องเจอปัญหาอะไรแล้ว
แต่!!
"พี่เมธ์ ตะกี้มีคนเอาป้ายมาตั้งตรงที่บ้านเราอะ"
"เค้าบอก งดใช้เสียงบริเวณนี้จนกว่าจะ 4 โมงเย็น วันนี้มีสัมมนา"
"แต่เค้าไม่แจ้งเราก่อนเลยอะ"
"เฮ้ยแมร่ง ทำไมเป็นงี้วะ"
"อ่าวเวร แล้วทีนี้จะสันฯกันยังไงวะ"
บรรยากาศมาคุกระจายออกจากตัวพี่บ้านแต่ละคนมากขึ้นเรื่อยๆ
หน้าน้องบางคนท้อจนไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่สุดท้าย ส่วนกลาง(ที่กว่าจะเสด็จมากัน ก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำ) ก็ไกล่เกลี่ยขอใช้สถานที่เดิมได้
พอได้เวลา 8 โมงหน่อยๆ ก็แบ่งกลุ่มกันเดินออกไปรับว่าที่น้องบ้านรุ่น15ที่หน้างาน
บ้านอื่นยกพลมาแสนแปด ในขณะที่ "บ้านตูส์" ของเรา ไปกัน.. 5 คน
น่าร้าก~ เด็กม.ต้น 5 คน ยืนเกาะกลุ่มกันกลม น่ารักที่สุด~
เดินผ่านใคร ก็มีแต่คนเหลียวหลังหันมามอง
เดินผ่านใคร ก้มีคนแซวมาเป็นระยะๆ
"น้องคร้าบ ไปอยู่บ้านพี่ม๊ายยย"
"ฮิ้วววว เด็กม.ต้นเว้ยเฮ้ยยยยย"
"เฮ้ยยย บ้านไรเนี่ย แจ่มว่ะแมร่ง แสดดดดดดด"
ยืนตากแดดหัวแดงรอกันชาติเศษ
น้องแต่ละคนที่หันมาเห็นพี่บ้าน(ในคราบเด็กม.ต้น)ถึงกับอึ้ง
ฮ่าๆๆๆๆ น้องคะ พี่เข้าใจ T-T~
**รับน้องที่จุฬาฯจะแบ่งออกเป็น "บ้าน"
แต่ละรุ่นก็จะมีการสืบทอดทำบ้านต่อๆกันไป
ชื่อบ้านก็มีหลากหลาย เท่าที่ตอนนี้เมธ์นึกออกก็มี..
บ้านพ่อ , บ้านบูชายัญ , บ้านไหน , บ้านโซ้ยตี๋ , บ้านหวัง , บ้านพักตากอากาศ , บ้านหมีน้อย , บ้านเอช้วน , บ้านเปรี้ยว , บ้านอากาเป้ , บ้านคุ้ม ฯลฯ
เมธ์อยู่บ้านสีรุ้ง แต่ปีนี้เปลี่ยนชื่อบ้านเป็น "บ้านตูส์"
(กู = ตู สมาชิกบ้านมีหลายคน เลยเติม s กลายเป็น ตูส์ รูปพหูพจน์)
ผลัดกันออกไปยืนรอรับน้องเข้าบ้านจน 10 โมงกว่า
เดินกลับบ้านว่าจะนั่งพักเหนื่อยซักหน่อย
เปล่าเลย~
เพราะแกนสันฯเริ่มนำเกมแล้ว
จอร์จจจจจจจจ กะให้พี่บ้านเป็นลมกันเลยทีเดียว
ก็เล่นเกมกันไป ปาหี่กันไป น้องก็ฮากันไปตามเรื่อง
พอเล่นเสร็จ ก็ว่าจะหย่อนตัวลงนั่ง
ที่ไหนได้ ได้เวลาเต้นสันฯ
โอ้ว ซาร่าาาาาาาาาาาาาาาาา
เด็กปี3 ใส่ชุดนักเรียนม.ต้นไปเต้น
เต้นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเล่นกับน้องให้น้องเต้นด้วยอีก
เต๊นนนนนนนน เต้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เต้นกันลืมแก่ เอ้ย เต้นกันลืมเหนื่อย ฮ่าๆๆ
เต้นเสร็จก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยงพอดี จุกกันไปข้างเลย
แต่ก็ยังดีที่ได้พัก ได้นั่งคุยกับน้อง
พอบ่ายโมงกว่าก็พาน้องไปที่จุดนัดพบ เพราะจะมีแข่งกีฬาบ้าน
**กีฬาบ้าน = การเล่มเกมกันขำๆระหว่างบ้าน มี 3 เกมจัดโดยส่วนกลาง พอแข่งเสร็จจะมีช่วงโชว์สันฯของแต่ละบ้าน และปิดท้ายด้วยสันฯรวม เรียกง่ายๆก็คือกีฬาบ้านเป็นช่วงเวลาโชว์พาวของแต่ละบ้านนั่นเอง ฮาาาา
แต่เพราะจำนวนคนในบ้านเมธ์อะ เทียบแล้ว ก็ไซส์ S
ในขณะที่บ้านอื่นในโซนเดียวกัน เป็นไซส์ M และ L
เพราะฉะนั้น เลยเห็นถึงความต่างด้านกำลังพล
น้องบ้านอื่น นั่งเบียดกัน 5 แถวขึ้นไป
ในขณะที่น้องเฟรชชี่บ้านตูส์นั่งกันแถวเดียว สบ๊าย~
เวลาเกณฑ์น้องออกไปเล่นเกมนี่ก็แทบเกลี้ยงบ้าน
บางเกมต้องให้พี่บ้านลงไปช่วยเล่นอีก เพราะน้องไม่พอ
ก๊ากกกก จะมีบ้านไหนเหมือนบ้านเราอีกมั้ยเนี่ย
พอจบเกม ก็ได้เวลาสันฯโชว์ บ้านละ 10 นาที
บ้านตูส์ได้โชว์เป็นบ้านสุดท้าย
กดดันตามเคย แต่ชินแล้วเพราะปีก่อนก็ได้บ้านสุดท้ายค่ะ เหอๆ
นั่งดูบ้านอื่นยกพลกันมาสันฯ ทั้งพี่บ้านทั้งน้องบ้านนี่แทบเหยียบกันตาย
พอถึงคิวบ้านตูส์ พลพรรคเด็กม.ต้น ก็ดาหน้ากันออกไปยืนกลางลาน
เปรียบแดดเปรี้ยงเป็นดั่งสปอต์ไลท์ แล้วกลองสันฯก็ดังขึ้น ...
10 นาทีผ่านไป ได้ข่าวว่าได้รับเสียงกรี๊ดดังกว่าบ้านอื่น
10 นาทีผ่านไป ได้ข่าวว่าพี่บ้านอื่นแอบวิ่งมาชม
10 นาทีผ่านไป ได้ข่าวว่า ... จะเป็นลม
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
ปิดท้ายด้วยการสันฯรวม
แต่ละบ้านก็ยกกลองกันไปตั้งรวมกันตรงกลาง
ผลัดกันนำเพลงสลับกันไปมา
ใครยังมีแรงก็ปล่อยลูกบ้ากันต่อ ใครที่หมดแรง (แบบเมธ์) ก็พัดและหิ้วถังน้ำให้น้องกิน
เอาง่ายๆก็คือ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ "รับน้อง - น้องมาก่อน" นั่นเอง
กับน้องว่าน แม่บ้าน
แอ๊บแบ๊วพร้อมมมมมมมมมมมมมม
กับต่อ พ่อบ้านปีก่อน
กับน้องวัน มือกลอง
สนิทกันไปเลยมาทำบ้านปีนี้
สนิทกันจนมีคนทักว่าเมธ์อยู่ปี2 ไม่ก็น้องวันอยู่ปี3
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กว่าจะสันฯกันเสร็จ ก็ถึงเวลาข้าวเย็น
พี่บ้านแทบจะสลบคาหม้อข้าว
เหนื่อยได้อีก เหนื่อยสุดๆ หมดแรงแล้วโว๊ยยยยยยยยยยย
รับน้องปีนี้เฟรชชี่ได้ค้างคืนนะคะ
ส่วนพี่บ้าน มีแค่บ้านละคน ไม่ก็ 2 คนเท่านั้น ที่จะได้อยู่ค้างกับน้อง
คอนเสริต Freshy Night ปีนี้ นอกจากจะมีโชว์ของ CU Band แล้ว
ศิลปินที่มาก็พกเอาความมันส์มาตุงกระเป๋า นั่นคือ
โต๋ ศักดิ์สิทธิ และ ฟลัวร์ !!!!~~~~
มันส์ม๊ากกก น้องเฟรชชี่ปีนี้ ต้องมันส์ชัวรรรรร์
ใครเป็นคนเลือกศิลปินฟระะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ เพลงอะ เมธ์ก็ฟังอยู่ แต่แค่ชื่อก็อยากจะหลับแล้ว
ปีก่อนพาราดอกซ์มา เฟรชชี่นี่เต้นกันมันส์อย่างกะวิญญาณไส้เดือนเข้าสิง
มาปีนี้ พนันเอาอะไรก็ได้ น้องหลับแน่ๆ
เมธ์เลยว่าจะไม่รอส่งน้องขึ้นหอนอน (ถ้าดูตามตาราง คอนเสริตเลิกเที่ยงคืน แต่มั่นใจว่า เลทชัวร์ ตกรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายแน่)
เพราะฉะนั้นเลยอยู่ซ้อมเพลงบายศรีก่อนจนทุ่มกว่าก็เลยกลับบ้าน
ขากลับก็แวะกินไอติม สั่งไอติมเสร็จก็ฟุบคาโต๊ะเลย นั่นคือแรงเฮือกสุดท้ายแล้ว
กลับถึงบ้าน นั่งแหมะอยู่ ไม่มีแรง ไม่มีเสียง
แล้วก็ล้มลงไปนอนตรงประตู
แม่เห็นสภาพแบบนั้นคงซึ้งใจน่าดู ฮือๆๆๆ T^T
27 มิถุนา 50
กุมหัวขึ้นมาจากหมอน ไข้ขึ้น หัวจะระเบิดอยู่แล้ว
แม่บอกว่าไม่ไปดีกว่ามั้ย? ก็คงจะดีกว่า
แต่กว่าจะคิดได้ ก็นั่งสัปหงกจนถึงสถานีรถไฟใต้ดินสามย่านแล้วค่ะ
วันนี้มีตักบาตรกันด้วย
ไปรอรับน้องจากหอแต่เช้า
พี่บ้านที่ตื่นไหวกัน แต่ละคนสภาพเดียวกัน
คือ ตาโหลและเดินโงนเงนเหมือนซอมบี้ หลายคนที่จับไข้เหมือนเมธ์แต่ก็ยังมากัน
พอกินข้าวเช้ากันเสร็จก็ได้เวลาพาน้องทำกิจกรรม "บำเพ็ญประโยชน์"
แบ่งกันไปแล้วแต่ส่วนกลางจะจัดมา
มีทั้งทาสีรั้ว ปลูกต้นไม้ แงะกระเบื้องทางเดิน
ส่วนบ้านตูส์ ทาสีขอบฟุตบาทค่ะ -- --"
จริงๆมันเป็นกิจกรรมในส่วนของ เฟรชชี่
แต่เพราะน้องบ้านน้อย พี่ๆบ้านตูส์เลยได้ร่วมวงทาสีไปด้วย
ใครที่ไม่ได้จับแปรงทาสีก็ถือร่มให้น้อง หาผ้าใบมาบังแดดให้น้อง
ไม่ก็คอยพัด หรือหิ้วน้ำไปให้น้องกิน
พอบ่ายโมงกว่า ก็กินข้าวเที่ยง คราวนี้มีเซอร์ไพรส์
เพราะวันนี้ตรงกับวันเกิดน้องคนนึงพอดิบพอดี
เลยจัดการเตี๊ยมกันว่า จะแอบไซโคบรรยากาศบ้านให้มันเครียดๆซะก่อน ค่อยเซอร์ไพรส์ทีหลัง เลยเรียกน้องเจ้าของวันเกิดออกไปคุยเดี่ยว พี่บ้านแต่ละคนก็ทำหน้าซีเรียสเหมือนมีเรื่องใหญ่ร้ายแรงเกิดขึ้น
พอน้องกลับมานั่ง พี่บ้านคนนึงก็ "น้องคะ พี่มีอะไรจะบอก (น้ำเสียงเครียดอยู่)"
แหบปี่เบิดดดดเด่ทู้ยูววววววววว~
เฟรชชี่ถึงบางอ้อ แต่ที่ดูโล่งใจและดีใจที่สุดคงหนีไม่พ้นน้องเจ้าของวันเกิด
สุขสันต์วันเกิดจ๊ะ ^___^
พอเซอร์ไพรส์กันเสร็จก็พาน้องเล่นเกมกันอีกหน่อย ก่อนจะหาเรื่องดึงน้องไปเล่นเกมนอกพื้นที่บ้านตูส์ เพราะจะได้เตรียมสถานที่สำหรับการบายศรี
พี่บ้านแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
มีกลุ่มที่พาน้องหลับตาเดินเข้ามา
กลุ่มที่อยู่จัดสถานที่บายศรี
รวมถึงกลุ่มที่คอยวิ่งส่งสัญญาณว่าน้องเดินมาถึงไหนแล้ว
พอได้สัญญาณ ต้นเสียงก็เริ่มร้องนำ
ทั้งเพลงดอกไม้มวลชน เพลงรับขวัญบายศรี
และจบลงที่เพลงที่ซึ้งที่สุด ... "นิทานจากพี่สู่น้อง"
ระหว่างที่ร้อง พี่บ้านก็จะพาน้องมานั่งลงทีละคนๆ
พอเพลงจบ ถึงให้น้องลืมตา
พิธีการบายศรีบ้านอื่นจะเป็นยังไง เมธ์ไม่รู้หรอก
รู้แค่บ้านเรา... จะเป็นแบบนี้...
"น้องปิดตานะคะ จับมือเพื่อนเอาไว้ พี่ไว้ใจน้อง แล้วก็อยากให้น้องไว้ใจพี่ เชื่อใจพี่ นี่เป็นสิ่งที่พวกพี่ร่วมใจกันทำขึ้นเพื่อน้อง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าน้องเชื่อใจพี่ น้องหลับตา แล้วเดินตามพี่มานะ"
ไม่มีใครตอบได้ว่า เวลาที่อยู่ร่วมกันไม่กี่วันจะสามารถแลกเอาความเชื่อใจของน้องมาได้มากแค่ไหน
เอาเป็นว่า ดูจากสีหน้าน้องแล้ว คงอึ้งไปไม่น้อย
ที่พอลืมตาขึ้นมา ก็เห็นว่า ตัวเองนั่งอยู่ในที่มืด ที่มีแต่แสงสว่างจากเทียน
พี่บ้านที่นั่งตรงหน้านั่งส่งยิ้มให้
ยิ้ม หายเหนื่อย
ยิ้ม ดีใจ
ร้อนอบอ้าวบวกกับความร้อนจากเทียนตรงหน้าด้วย
แต่เหมือนเบื้องบนจะกรุณา เลยประทานฝนห่าใหญ่ลงมาให้
อากาศเลยเย็นขึ้นมาหน่อย
ตัวแทนพี่บ้านแต่ละคนลุกขึ้นพูดถึงความประทับใจที่มีต่อบ้าน และกิจกรรมรับน้อง
ปีก่อน เมธ์ร้องไห้หนักแบบเขื่อนแตกเลย เพราะเจอปัญหาเยอะมาก กว่าจะได้มานั่งบายศรีให้น้อง
มาปีนี้ถึงจะเจอปัญหา แต่ก็ตั้งใจว่าจะไม่ร้องแล้ว
ก็นั่งฟังพี่บ้านคนอื่นพูดไปเรื่อยๆ
แต่แล้ว พอรุ่นพี่คนนึงพูด ...
ฟังที่พี่พูด ในใจก็ตอบไป ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ
ทำนบเริ่มรั่ว ฮ่าๆๆๆ น้ำตาร่วงสิคะทีนี้
พอพี่พูดเสร็จ ก็ถึงตาน้องพูด
ปีนี้ ... แปลกๆอยู่
เพราะเหตุผลที่น้องบางคนเข้าบ้านนี้มัน.. ไม่ชวนซาบซึ้งซักเท่าไหร่
"เข้าบ้านนี้เพราะคิดว่า.. คนน้อย จะได้ไม่ต้องนอนเบียดค่ะ"
"ก็.. เพื่อนลากมาอยู่ด้วยค่ะ"
"เข้าบ้านนี้เพราะไม่รู้จะไปบ้านไหน"
...
แต่ก็ดีใจมากที่น้องบอกว่า สัญญาว่าจะกลับมาทำบ้าน
.
นิทานจากพี่สู่น้อง
มีเด็กน้อยได้เดินทางมาแสนไกล ได้มาพบบ้านหลังใหญ่ที่สวยงาม
ดูตรงนั้นมองตรงนี้ไม่รู้จักใครเลยก็ตาม จึงอยากถามถึงความเป็นมา
บ้านหลังนี้มีแต่รักที่อบอุ่น ความห่วงใยพร้อมให้คุณทุกเวลา
คอยต้อนรับน้องๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ
หากหกล้มพี่จะพาเดินก้าวต่อ หากย่อท้อพี่จะเป็นกำลังใจ
หากผิดหวังยังมีพี่ที่จะคอยเคียงข้างไป ให้น้องๆ ในบ้านใหญ่พึ่งพิง
ลา ลา ลา ..... ลา ลา ลา
จนสุดท้ายมาถึงวันที่ต้องลา พี่จะคอยน้องกลับมาด้วยรักจริง
และจะคอยสานฝันน้องต่อไปไม่หยุดนิ่ง ด้วยความรักจากใจจริงตลอดไป ...
.
.
ขอบคุณพี่บ้านทุกคนที่ทุ่มและเทใจทำบ้านมาด้วยกัน
รักน้องบ้านรุ่น14 มากอะ ไม่ว่าจะยังไง "น้องคะ ... พี่รักน้อง"
.
จริงๆนะน้อง พี่จะบอกว่า
"ถ้าไม่มีน้อง พี่ก็ไม่รู้จะทำบ้านไปทำไม"
.
เมธ์ - รองแกนสันฯบ้านสีรุ้งรุ่นที่13
.
----------------------------------------------------
.
28 มิถุนา 50
มันเป็นวันที่ 3 แล้ว ที่ต้องตื่นตี5
วันนี้นัดกับเพื่อน(ที่ยังมีแรงลุกไหว) ไปงานบวชเพื่อน (ต่อ คนที่เมธ์ถ่ายรูปด้วยน่ะค่ะ)
นัดเจอกันที่สยาม 7 โมงครึ่ง แล้วก็นั่งแท๊กซี่ไปวัดราชบพิตรฯกัน
ประเด็นหลักคือไปช่วยถือเทียนแพร
เพราะเจ้าคนที่จะบวช ดันไม่มีเพื่อนผู้หญิงที่ไหนแล้ว
จบสวนกุหลาบฯ ก็ชายล้วน
มาอยู่จุฬาฯ เรียนวิศวะ ผู้หญิงน้อยไม่พอ ไป Work & Travel กันหมดอีก
เลยเหลือเพื่อนในบ้านรับน้องนี่ล่ะค่ะตัวช่วยสุดท้ายแล้ว ฮาาาาา
เกิดมาก็เพิ่งจะเคยไปงานบวชก็นี่ล่ะค่ะ
เลยงงๆ เค้าบอกให้ถือพาน อะก็ถือ บอกให้เดินตาม อะก็เดิน
พอเข้าอุโบสถ ก็นั่งพนมมือ
น้องบ้านคนนึงเหนื่อยมาก สัปหงกเลย >.<~
พอเสร็จพิธีก็รอพระฉันเพล
แล้วญาติโยมและมิตรสหายก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
กลับถึงบ้านตอนบ่ายกว่า
เหนื่อย..
3 วันมานี้ เหนื่อยมาก มากจริงๆ
ก็รู้นะ ว่าตัวเองเหนื่อยมาก แต่ก็ยังไป
ร้องไห้ออกมาแบบปลดปล่อยมาก ร้องไห้ให้หายเหนื่อย
เมธ์หลับไปตั้งแต่ 2 ทุ่มกว่า ตื่นมาอีกที เกือบ 10 โมง ของอีกวัน
ลองนับดูเล่นๆมั้ย ว่าหลับเป็นตาย ไปกี่ชั่วโมง
...
ฮ่ะๆๆ
.
----------------------------------------------------
.
- ศัพท์น่ารู้(หรอ?) -
แอ๊บแบ้ว = การพยายามทำท่าทางให้แลดูเด็กลง
เต้นสันฯ = การเต้นสันทนาการ ใชในโอกาสรับน้อง หรือทำค่าย เพื่อเพิ่มความบรรเทิงเริงใจให้แก่กิจกรรมนั้นๆ ควรเพิ่มระดับความแรงในการเต้นขึ้นไปอีกขั้น
โชว์พาว = การแสดงตนให้ผู้อื่นรู้ว่าข้าใหญ่ ทำได้ และ สามารถ
แสด = คำสบถคำหนึ่งในยุคปัจจุบัน อารมณ์เดียวกับคำว่า สาด
.
----------------------------------------------------
.
ขอแสดงความยินดีกับพี่แทน (แทนไท ประเสริฐกุล)
ที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถทำตีสิสได้เสร็จสิ้นทันส่ง
ขอความยีสต์จงอยู่คู่ท่านตราบนานเท่ายี
.
----------------------------------------------------
Something worth living for - Shayne Ward




อยากรู้จังนิทาน "จากพี่สู่น้อง" น้องเมธ์แต่งเองปะคับ สุดยอด เจ๋งมากกเลย
#1 By VAR on 2007-05-29 15:48