.
"Your library is your portrait."  - Holbrook Jackson
.

---------------------------------------------------------------------
.

เฮ้ออออออออออออออออออออออออ
การฝึกงานที่ห้องสมุดรัฐศาสตร์ผ่านพ้นไปแล้วค่ะ
มันเป็นเวลา 15 วัน ที่รู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับเปิดเทอมเลย
และดูเหมือนจะแย่กว่าด้วย เพราะจิตใจมันงอแงอยากมีปิดเทอมเหมือนเพื่อนคนอื่นบ้าง


ฮ่ะๆ
.

----------------------------------------------------------------
.

อย่างที่เคยบอกไปว่าเมธ์มีฝึกงานค่ะ
และที่ไปฝึกๆนี่ก็ถือเป็นวิชานึงของเอก (เอกสารนิเทศ) นอกจากจะไม่มีตังค์ให้แล้ว ยังสร้างความกดดันมากมายให้ โดยเฉพาะ รายงานรูปเล่ม ที่ ณ วินาทีนี้ เมธ์ก็ยังพิมพ์ได้ไม่ถึง 5 หน้า (ไม่น้าาาาาาา ToT)

ส่วนเรื่องวุ่นๆที่(คาดว่าอาจ)มี ก็ อืม... เมธ์ว่าไม่เชิงว่า วุ่น นะคะคงเพราะพี่ๆ เอ่อ.. เมธ์ว่าจริงๆคนที่ฝึก ก็รุ่นลุงรุ่นป้ากันแล้ว แต่เค้าเรียกตัวเองว่า "พี่" เมธ์ก็เลยยอมรับโดยสดุดีว่าเป็น "น้อง" แหะๆ

งานที่ฝึก ถ้าพูดกันตามประสามนุษย์ที่ไม่มีใจรักหรือมีความสนใจในด้านงานห้องสมุดแบบเมธ์นี่ก็ อืมมม งานที่เค้าทำๆกันมันเลยออกจะ ขาดสีสัน ในชีวิตไปมากอยู่
แต่ก็.. มีอีกหลายอย่างเหมือนกันที่เมธ์ได้เรียนและรู้เพิ่มขึ้น

มาดูกันดีกว่า ว่าเมธ์ทำอะไรไว้บ้าง (เอะ พูดเหมือนไปทำความผิดมาเลย ฮ่าๆๆ เปล่านะคะ!!)

ขึ้นชื่อว่า "หน่วยงาน" แล้ว ย่อมหนีไม่พ้น "แบบฟอร์ม" ใช่มั้ยคะ ที่นี่ก็เช่นกันค่ะ แต่ก่อน ถ้าถามเมธ์ๆคงตอบแค่ว่า ถ้าเราไปใช้บริการห้องสมุด มันก็ต่างกันแค่ 2 กรณีคือ
1. เราเป็นบุคคลภายใน เช่น เป็นนักเรียน, นิสิต, นักศึกษา หรือพนักงานขององค์กรนั้นๆ เวลาเข้าห้องสมุด ก็เดินตัวปลิวเข้าไปนั่งแหมะแช่แอร์ (บางที่อาจต้องมีการสแกนบัตรก่อนเข้าด้วย) เดินหาหนังสือมาทำรายงาน เจอมั่งไม่เจอมั่ง พอเจอแล้วยังอ่านไม่จบก็แอบเอาไปซ่อนตามซอกหลืบมั่ง (ฮ่าๆๆ) ก็ไม่มีอะไรพิเศษ
2. เราเป็นบุคลภายนอก ก็อาจต้องกรอกแบบฟอร์มสมัครสมาชิกหน่อยนึง อยู่ที่ว่าจะได้เข้าฟรีหรือจ่ายตังค์
และเวลายืมหรือคืนหนังสือ ก็คงมีแบบฟอร์มให้กรอกกันอีกนิดหน่อย เป็นอันเสร็จพิธี ได้หนังสือไปนอนหนุนที่บ้าน

 

แต่

 

งานในห้องสมุด มันไม่ได้มีแค่การนั่งเฝ้าเคาท์เตอร์หรือเดินเรียงหนังสือเข้าชั้น เลย ค่ะ
ไม่ว่าจะเป็น

- การเลือกและสั่งซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด มีทั้งที่ซื้อ, ขอรับบริจาค, อภินันทนาการ ฯลฯ

- การให้เลขหมู่หนังสือ รวมถึงวีดีทัศน์ (พวกซีดีทั้งหลาย) และวิทยานิพนธ์ หลายคนอาจจะไม่เข้าใจนะคะว่า ไอ่เลขที่มันติดอยู่ตรงสันหนังสือในห้องสมุดเนี่ย มันหมายความว่าอะไร แต่ก่อนเมธ์ไม่สงสัยเลยค่ะ เพราะไม่เคยสนใจ (ฮ่ะๆ  =__=) เริ่มได้เรียนและรู้จักก็ตอนเข้าเอกนี่ล่ะค่ะ พอได้มาฝึกงานก็ต้องทำการ วิเคราะห์หนังสือเพื่อให้เลขหมู่ ด้วย คือ เราไม่จำเป็นต้องอ่านนนนนนมันทั้งเล่มนะคะ แค่ดูตรงส่วนคำนำ สารบัญ ไม่ก็ปกหลังก็พอ เพราะหนังสือส่วนมากเค้าจะจับประเด็นหลักๆไปโปะไว้ตามส่วนพวกนี้ล่ะค่ะ เว้นเสียแต่ว่าเป็นหนังสือแนวใหม่ ที่ปกหน้าก็เกลี้ยง ปกหลังก็ว่าง แถมไม่มีสารบัญอีก อันนี้ก็ลำบากบรรณารักษ์กันหน่อยล่ะค่ะ ส่วนดีวีดีที่ไรท์รายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน อันนี้บรรณารักษ์ก็ต้องมานั่งเปิดดูเหมือนกันค่ะ แต่อาจไม่จำเป็นต้องดูจนจบ

- การปั๊มตราของหน่วนงาน/องค์กร งานด้านนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะ ฮ่าๆๆ เพราะนั่งปั๊มกับตุบตับๆ ทั้งตราห้องสมุด ตราข้อมูลการลงทะเบียนของหนังสือ มีปั๊มที่ปกใน สันหนังสือ (เอ่อ ด้านที่เป็นกระดาษน่ะค่ะ) แล้วก็หน้าอื่นๆ จะต่างกันไปตามแต่ละหน่วยงานค่ะ

- การลงทะเบียนในสมุด งานนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่กรอกข้อมูลลงในสมุดตามช่องตามตารางแค่นั้นค่ะ ส่วนนี้ทำไว้เพื่อเก็บสถิติต่างๆค่ะ

- การลงทะเบียนในคอมพิวเตอร์ จะว่าไปงานนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ เพียงแต่ต้องอาศัยความเคยชิน ที่จะทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องงมว่าจะคลิ๊กอะไรต่อดี เหอๆ

- การเขียนสันหนังสือ โอ้วววววววว มันเป็นงานที่ตื่นเต้นมาก!! เพราะเมื่อเราให้เลขหมู่หนังสือแล้ว เราก็ต้องเอามาเขียนลงในตัวเล่มค่ะ ห้องสมุดที่อื่นอาจจะเอาปากกาเขียนลงเทปกาวแล้วเอามาแปะสันปก แต่ที่ห้องสมุดรัฐศาสตร์เค้าใช้ ปากกาไฟฟ้า เขียนสันหนังสือค่ะ โอ.. มันเป็นสิ่งที่แปลกใหม่มาก ฮ่าๆๆ  เริ่มต้นก็คือ เอาเมจิกสีดำไประบายเป็นแถบที่สันปก รอให้แห้ง แล้วก็เอาปากกาไฟฟ้า (เมธ์ลืมถ่ายรูปมา แต่มันไม่ใช่แบบที่ทันสมัยหรอกนะคะ รูปร่างก็เหมือนปากก้าอ้วนๆทั่วไป เพียงแต่เสียบปลั๊กแค่นั้นเอง =___=) มาเขียนลงบนกระดาษ (เมธ์เรียก กระดาษมัน สีขาวอะค่ะ) ที่แนบบนสันหนังสืออีกที ไม่ต่างอะไรกับการคัดลายมือค่ะ เพียงแต่พื้นที่เขียนมันมีจำกัด บวกกับความไม่เคยทำ ก็เลยได้เขียนแล้วก็ลบ แล้วก็เขียนใหม่อีกรอบ เขียนไม่ถึง 10 ตัวอักษร ก็เล่นเอาเหงื่อแตกซิกๆเกือบ 10 ลิตรแล้วค่ะ เพราะกลัวทำพี่เค้าเสียเวลารอ (จริงๆคือเมธ์กลัวของเค้าพังด้วยค่ะ ฮ่าๆๆ)

- การพิมพ์บัตรรายการ พอเรามีเลขหมู่หนังสือและเขียนสันหนังสือแล้ว ก็ได้เวลาพิมพ์บัตรรายการค่ะ ขอสารภาพว่าตั้งแต่รู้จัก "ห้องสมุด" มานี่เมธ์ไม่เคยหาหนังสือโดยการค้นจากบัตรรายการในตู้เลยยยยยยยยยยยค่ะ เพราะเมธ์ว่ามันยุ่งยากและเสียเวลา แต่ฝึกงานคราวนี้ ต้องมานั่งพิมพ์บัตรพวกนั้นค่ะ เหอๆๆ เวลาพิมพ์ก็ต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดด้วย โชคดีที่เป็นพิมพ์ดีดไฟฟ้านะคะ ถ้าเป็นเครื่องแบบสมัยก่อนสงสัยวันนึงก็ไม่เสร็จซักบรรทัด =__='

- การเรียงบัตรรายการ ไล่มาตั้งแต่บัตรรายการหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์รัฐบาล(เช่นพวกรายงานประจำปี) กฤตภาค (ภาพหรือบทความที่ตัดจากหนังสือพิมพ์แล้วมาแปะลงกระดาษ แล้วแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อเก็บรวบรวม) ที่เมธ์ต้องนั่งเรียงตามลำดับตัวอักษร

 

งานนี้ทำเอาเมธ์เวียนหัวไปเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นพจนานุกรมไปแล้วค่ะ เพราะนั่งเรียงกันเป็นร้อยๆบัตร ตาลายไปหมด แถมบัตรรายการบางใบก็แสนจะเก่าจนกลายสภาพเป็นสีเหลือง ซ้ำร้ายยังมีคราบฉี่หนูอีก โอ๊ยซาร่าาาาา ถ้าเมธ์ป่วยเป็นโรคฉี่หนู อย่าลืมส่งไอติมมาเยี่ยมไข้ด้วยนะคะ >o<

- การบริการตอบคำถาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า งานนี้ขอเมธ์ฮาก่อนนะคะ ฮ่าๆๆ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย เนื่องจากมันเป็นช่วงปิดเทอม ถึงจะมีคนเข้าห้องสมุด แต่เค้าก็ไม่ค่อยถามหรอกค่ะ แค่กดเซิสในคอมพิวเตอร์แล้วก็เดินไปหยิบเอาจากชั้นหนังสือได้เลย เมธ์กับเพื่อนเลยนั่งแหง่วกันตลอดบ่ายเลยค่ะ พี่ที่คุมเลยต้องหาเหตุการณ์สมมติมาให้ทำแทน ^^"

- การซ่อมหนังสือ ฮิฮิ้วววววววว เป็นงานที่เฮฮามากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเมธ์ไม่เคยทำมาก่อน และค่อนข้างจะคุยถูกคอกับป้า (มีเจ้าหน้าที่คนเดียวที่เรียกตัวเองว่าป้าค่ะ ฮ่ะๆๆ) ป้าแกเลยได้หัวเราะเอิ๊กอ๊ากทั้งวัน แถมยังเล่าเรื่องครอบครัวให้พวกเมธ์ฟังอีก โอ..  งานนี้มีรูปมาอวดด้วยค่ะไปดูกันเล้ย!


อะแฮ่ม..
เราจะสวมวิญญาณ(ผู้ช่วย)หมอหนังสือกันค่ะ ฮี่~
การซ่อมมีหลายวิธีค่ะ แตกต่างกันไปตามอาการป่วยของหนังสือและวิธีการรักษาที่คุณหมอเลือกโดยครั้งนี้เราจะเลือกกรณีคนไข้ที่เป็นหนังสืออาการสาหัสแขนขาหลุดลุ่ย(สันปกกระจุย)  และร่างกายบอบช้ำ(ตัวเล่มกระจาย) กันค่ะ

เริ่มแรกเลย เราก็ต้อง ดึงแขนและขาให้หลุดแบบสิ้นสุดกันที!! (โอะ โหดไปมั้ยนะเมธ์)

แล้วเราก็จัดการลอกผิวหนังออกทีละแผ่น ย้ำว่า ทีละแผ่น นะคะ (เล่มไหนมากแผ่นก็ฉีกกันมึนล่ะค่ะ)

จากนั้นก็เอามาเคาะๆให้กระดาษเท่ากัน ก่อนจะเอาเข้าเครื่องล๊อคเพื่อป้องกันคนไข้ดิ้น เตรียมทำการผ่าตัด อุปกรณ์การผ่าตัดนั้นหรือหาง่ายยิ่งกว่ากล้วยปิ้ง เพระมันคือ เลื่อย ค่ะ

เมื่อจับคนไข้อยู่หมัดแล้ว เราก็ทำการ..



ครืดด ครืดดด โดยเว้นช่วงการเลื่อยในระยะที่เหมาะสม

ต่อไปคือขั้นตอนการเย็บแผลค่ะ


งานนี้เราไม่ต้องใช้เข็ม เพราะเราแค่เอาเชือกยัดเข้าไปตามร่องที่เลื่อยไปตะกี้ค่ะ พันไปพันมา

ทีนี้ก็ปิดปากแผลโดยการทากาวลาเทกซ์แล้วก็ปล่อยคนไข้ไว้ซักชั่วโมง รอให้กาวแห้ง เมื่อกาวแห้งแล้วก็ทำการแงะคนไข้ออกจากเครื่องล๊อค แล้วก็เอาเศษผ้ามาติดเป็น "คิ้วหนังสือ" (ตรงส่วนบนและล่างของสันค่ะ)

 

จากนั้นก็เตรียมหาแขนขาใหม่ให้ ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นก็มีทั้ง ผ้าแลกซีน ผ้าขาวบาง กระดาษแข็งอย่างหนา กระดาษสีขาว เข็ม ด้าย กรรไกร และ.. ไม้เนียน (ฮี่ๆ รู้จักกันมั้ยเอ่ย?)

ตัดผ้าแลกซีน แล้วก็ทากาวลงไปเล้ยยย

 

อารมณ์เหมือนปาดเค้กค่ะ (แต่พี่อีกคนเดินมาแซวเมธ์ว่า อย่างเมธ์เรียก ทำขนมเบื้อง แหม ทำเอาคนอื่นๆได้ฮากันครืนเลย =___=)

วางกระดาษแข็งที่ตัดขนาดได้ที่แล้วมาวางโปะลงไป~แล้วก็เก็บขอบผ้าให้เรียบร้อย

เอาไม้เนียนมากรีดให้เรียบเนียน



แล้วเราก็จะได้ผิวหนังที่เรียบเนียนสวยงามค่ะ ฮี่~

ต่อไปก็เอาผ้าขาวบางที่ตัดและเย็บด้นแล้วมาติดที่สันหนังสือ ส่วนนี้ทำเพื่อยึดแขนขาให้ติดกับตัวคนไข้ค่ะ

 

ทีนี้ก็เอากระดาษสีขาวมาแปะบนผ้าด้านนึง อีกด้านนึงติดกับส่วนปกค่ะแปะทั้งปกหน้าและปกหลัง แล้วก็เอาไม้เนียนมากรีดอีกรอบ

ถ้าแขนขาเดิมยังมีสภาพพอใช้งานได้อยู่ ก็ตัดมาแปะปกใหม่ไว้ด้วยค่ะเรียบร้อยแล้วก็เตรียมส่งไปเขียนสันปกหนังสือ และเตรียมขึ้นชั้นได้เลยค่าาา

- การเรียงหนังสือเข้าชั้น งานนี้ไม่ต่างอะไรกับการเรียงบัตรรายการค่ะ

 

เพียงแต่ต้องเรียงตามเลขหมู่ของหนังสือเท่านั้นค่ะ

- การบริการยืม - คืน งานนี้ได้นั่งเคาท์เตอร์ค่ะ ได้เอาบัตรนิสิตมาตี๊ดๆดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ แล้วก็เอาบาร์โค๊ดหนังสือมาเข้าเครื่องตี๊ดๆๆ แล้วก็เอาตราปั๊มมาปั๊มกำหนดคืน เป็นอันเรียบร้อย แต่ เอ่อ.. งานฝ่ายนี้ก็ไม่พ้นต้องได้เรียงบัตรายการอีกค่ะ

 

บางครั้งก็เก็บค่าปรับกรณีคืนเกินกำหนดค่ะ งานนี้ทำให้เราสามารถดูข้อมูลของเจ้าของบัตรนิสิตได้ด้วย ตั้งแต่ชื่อ นามสกุล คณะ ระดับชั้นปี ที่อยู่ ไปจนถึงเบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ (อันนี้เมธ์เฉยๆนะ แต่เพื่อนเมธ์ดี๊ด๊ากันมาก ฮ่าๆๆ)

งานพวกที่กล่าวมานี้ ก็ผ่านมือเมธ์ไป (เกือบ) หมดค่ะ ฮ่าๆๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทำมาแล้วกับมือ

ถึงจะเงอะๆงะๆไปบ้าง รู้สึกเบื่อๆเนือยๆและเซ็งๆในบางเวลา แต่ตลอด 15 วันของการฝึกงาน ก็ถือเป็นประสบการณ์นึงในชีวิตนะ ^^
.

------------------------------------------------------------------------
.

เมื่อวานเมธ์ไปงตะลุยงานหนังสือมาด้วยล่ะ แต่หมดแรงอัพแล้วค่ะ >.<~
ขอติดไว้คราวหน้าแล้วกันนะคะ

ตอนนี้อากาศร้อนมากกกกถึงมากที่สุด แต่อย่าใจร้อนตามอากาศนะคะ (อันนี้บอกตัวเมธ์เองด้วย แหะๆๆ =__=) ร้อนๆๆจนนึกอยากเอาน้ำมาสาดให้ชื่นใจ ก็เลยคิดไปถึง สงกรานต์ 

อะแฮ่ม.. และเป็นที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ว่าสงกรานต์นี้เมธ์ก็จะได้อยู่โยงเฝ้าบางกอกอย่างเหงาๆเหมือนทุกๆปี เพราะ-ฉะ-นั้น

 

ขอค่ะ ขอของฝากล่วงหน้า
ขอเป็น "คำถาม" 

.

เพราะว่า..

.

 เมธ์เปิด FAQ ค่ะ  ^______^

 

FaQ คืออะไร? คำนี้ย่อมาจาก Frequently Asked Question หมายถึง คำถามที่ถามกันบ่อยครั้ง
แต่ในการเปิด Faq ของพลพรรค exteen นี้เค้าเอาแค่ว่า ถามอะไรมาก็ตอบให้หมด น่ะค่ะ ^^'

 

เพราะ-ฉะนั้น

 

ถามมาเล้ยยย

.

------------------------------------------------------------------
.

บทความประจำเดือน : Korean Fever

 

ลุลา - เวลาจะช่วยอะไร

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โห..เหนื่อยน่าดูเลย พยายามเข้าค่าbig smile

#1 By sebin_เซบิน on 2008-03-30 04:09

โอ้ ไม่ได้เห็นรูปถ่ายล่าสุดของหนูเลย ดูๆแล้วยังแข็งแรงดีอยู่นี่นา อย่างน้อยก็ยังยิ้มออก ฮ่าๆๆๆ พี่ว่าถ้าตัวคนซ่อมหนังสือยังเรียกตัวเองว่าพี่ก็น่าจะตะขิดตะขวงใจได้แล้วนะป้านะ question

จะตั้งตัวเป็นหมอเมธ์แข่งกับหมอเชนเหรอจ๊ะหนู อิๆ เปิด FAQ ใช่ไหม ดีมาก คราวนี้จะเป็นการล้างแค้น ถามให้กระจาย ขอเวลาพี่รวบรวมคำถามสักสิบวันนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอนนั้นสงสัยเมธ์ปิดรับรีับหนีเลยชัวร์

อารมณ์สงกรานต์เหงาๆเนี่ยพี่เป็นประจำเลยครับ เพราะถึงวันนี้ทีไรพ่อแม่พี่ก็จะหนีไปเที่ยว ปล่อยให้พี่ซึ่งตอนนั้นยังขับรถไม่เป็นและเชียร์อยู่เฝ้าบ้าน(ส่วนพี่ชิฟหนีไปเที่ยวกับญาติ)
โหยแค่จะหาของกินยังยากเลยเพราะเขาก็ปิดร้านกัน หนีไปไหนก็ไม่ได้ เฮ้อ แล้วตอนนี้พอขับรถได้ก็ไม่ได้เที่ยวเล่นอยู่ดี นั่งแหมะอยู่ที่จีนสาดน้ำตัวเองมาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าปีนี้มาสเตอร์แชมป์จะเล่นไอคอนสงกรานต์หรือเปล่า ไว้พี่จะมาสาดน้ำหนูละกันนะจ๊ะ

530000000
โหหหหหหหหหหหหหหหห..

รัฐศาสตร์เป็นคณะที่พ่อปิ๊งจบมา.. ฮ่าฮ่าฮ่า..
(พี่เมธ์บอก เอ่อ.. ปิ๊งจะบอกพี่ทำไม?)

อยากทำบ้างอะ ดูเป็นงานแบบ.. ที่จริงก็น่าเบื่อนะ
แต่ชีวิตคนลองได้ทำอะไรหลายอย่างที่หลากหลายดู
ปิ๊งว่าก็น่าจะถือได้ว่าเป็นกำไรชีวิตเนาะคับ 55555+

เรื่องคำถามนั้น.. sad smile ยังนึกไม่ออกอ่า..
ไว้จะวิ่งมาแปะนะค้าบบบบ - 3 - รักษาสุขภาพมากๆ คิดถึงนะคะ ^3^

#3 By HikarI★빅뱅 on 2008-03-30 10:28

อ่านแล้วแอบเพลิน
ได้รู้อ่ะไรๆๆที่ไม่เคบรู้เยอะเลยงิ
ขอบคุนน้าค้าบ
ก้อ สงสัยมานาน
ว่าไอ่ผ้าที่แปะๆๆตรงนั้นมัน
เอาไว้เพื่อ ?? อ่ะไร ยังไง ทำไม
อ้อ เค้าเรียกว่าคิ้วนี่เอง
น่ารักดีจิงงแฮะๆๆ
ช่ายละ พี่เมธ์ .. คืนก่อน
งง ฝันถึงพี่เมธ์ แปกๆๆมั้ย
คนในในฝันเป็นพี่นะ แต่หน้าตานี่ไม่คล้ายอ่ะ งง
งง ตัวเอง แต่เป็นพี่จิงๆๆน้า งงจิงๆๆ

#4 By cii³ on 2008-03-30 11:53

สาวน้อยคนเก่งของพี่หงส์ สบายดีนะคะ confused smile
แต่พี่หงส์ว่าน้องเมธ์ได้เปรียบมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ที่เค้าเอาแต่เที่ยวเล่นในช่วงปิดเทอมมากมายเลยนะคะ คงเคยได้ยินที่เค้าพูดกันว่า..ประสบการณ์ชีวิต มันหาซื้อที่ไหนไม่ได้ big smile แต่น้องเมธ์ก็ได้รับมันไปแล้วอีกบทหนึ่ง อิอิ ยินดีด้วยค่ะ (แต่ก็แอบสงสารนิดๆ เพราะน้องเมธ์คงจะยังเหนื่อยอยู่เนาะ)cry

ป.ล. แหะๆ พอมีน้องๆ วัยนักศึกษาไปฝึกงานกันทีนึง...พวกลุงๆ ป้าๆ เอ๊ย "พี่ๆ" ก็กระชุ่มกระชวยกันทีนึงค่ะ ได้ลดวัยลงกันก็คราวนี้เอง (แหะๆ อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวด้วยเช่นกันค่ะ) sad smile

#5 By หงส์ฟ้า's Showroom on 2008-03-30 13:52

เอ้า....น้องเมธ์คะ?


ทำไมเราสวนกันโช๊ะ..เด๊ะ! เลยคะ
555+ (อย่า งง กับศัพท์วัยรุ่นของพี่หงส์นะคะ) cry cry

ป.ล.พึ่งสังเกตว่าที่บ้านนี้ของพี่หงส์ยังไม่ได้ add น้องเมธ์ไว้ค่ะ ที่ผ่านมาอาศัยล๊อคอินจากบ้านใหญ่ แต่วันนี้ไม่พลาดแล้วค่ะ add ไว้เรียบร้อยแล้วconfused smile

#6 By หงส์ฟ้า's Showroom on 2008-03-30 13:55

ไหนลองบอกเรื่องที่ดีใจมากๆมาเรื่องหนึ่งสิ

แล้วเรื่องที่เสียใจละ

ขอเรื่องประทับใจด้วยนะจ๊ะ

ชอบกินอะไรครับ

ทำไมต้องสร้อยข้อมือละ

รู้จักพี่แล้วอดกินไอติมเสียใจไหม

เรื่องที่หน้าแตก เอาแบบแตกละเอียดๆหน่อยนะจ๊ะ

ให้เลือกแฟนระหว่างหนุ่มไทยกะหนุ่มเกาหลี เลือกชาติไหนจ๊ะ

ตอนนี้อยากไปเที่ยวที่ไหนที่สุด ทำไมละ

ชอบไอติมรสอะไรครับ

ตัดเงื่อนไขทุกอย่างทิ้งแล้วลองบอกพี่สิว่าเมธ์อยากทำอะไร

คิดว่าจะทำได้ไหม

เอ เยอะพอยังหว่า เอาเท่านี้ก่อนละกันนะจ๊ะ อิๆ

530double wink
พี่เองเป็นคนคนหนึ่งที่รักห้องสมุดมากๆ


....
พี่ว่าปิดเทอมนี้เป้นปิดเทอมที่สนุกของเมธ์ล่ะเนอะ


ส่วนคำถามขอกลับไปคิดก่อนเนอะๆbig smile big smile
ดูท่าทางไม่ใช่ง่าย...ง่าย...เลย

อ้านั่นสิน้า ฝึกงานก็คือฝึกงานจะให้ง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด

หึ่ม!! สู้ๆนะพี่เมธ์ เย้ ^^

#9 By ' ★st,,,charonmuk** on 2008-03-30 21:15

โอ backstage operation ของห้องสมุด (ห้องหนังสือ)big smile

#10 By goody on 2008-03-30 22:16

ได้ทำอะไรเยอะแยะเชียวนะครับ
โชคดีที่ไม่ได้ชงกาแฟอย่างเดียวbig smile
ตะลุยงานหนังสือ หมดแรง และหมดตังค์ด้วยใช่ปะน้องเมธ์

#12 By VAR on 2008-03-31 13:13

ถามสัดส่วน ก๊ากกก ล้อเล่นอ่ะนะคะ 555
ถามว่าอะไรที่ทำให้หน้าแตกสุดๆ
ทำงานก็เหมือนจะน่าเบื่อจริงๆเนอะ
ไอ้การ์ดนั่นน่ะ สมัยก่อนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้หานะ พี่ใช้ตลอดเลย เป็นคนชอบดูว่ามีหนังสืออะไรน่าสนมั่ง คิๆๆ
ดีใจด้วยนะคะที่ฝึกงานเสร็จเสียทีเนอะ
สงกรานต์ยอยู่กทม ก็ดีแล้ว เพราะว่าถนนโล่ง cry
คิดถึงจ้า

#13 By aMy on 2008-03-31 23:08

ลืมบอกไฮ5 จ้า
amysarang.hi5.com big smile

#14 By aMy on 2008-03-31 23:12

เห็นคุณหมอเมธ์ช่วยผ่าคนไข้ด้วยเลื่อยแล้ว เสียวหลังวูบเลย

เมื่อวานเฮียไปเดินงานหนังสือมาด้วยล่ะ ได้ e-book มาหลายแผ่น หนังสือได้เล่มเดียว เพื่อนฝากซื้ออีกเล่ม

รอโป๊ดสะก๊าดอยู่น้า

ปล. รูปสุดท้ายน่ะ น่ารักจริงๆ จังๆ เลยนะ นึกว่าดารา double wink

#15 By จั่นเจา on 2008-04-01 11:51

งั้นพี่หงส์ฝาก Faq ขำๆ
แหะๆ ตามเพลง...

"เวลาจะช่วยอะไร" cry

ป.ล.ห้ามตอบว่า "หากใจมันยังฝังจำ" นะคะน้องเมธ์ (เอ๊ะ....นี่มันเพลงพี่ติ๊นานี่นา แหะๆ sad smile )

#16 By หงส์ฟ้า's Showroom on 2008-04-02 00:36

โอ้โห
ดูมันวุ่นวายเหมือนกันเนาะห้องสมุดเนี่ย
แต่ดูแล้วอยากซ่อมหนังสือจัง ฮาๆ


ปีนี้นกไม่ได้งานสัปดาห์หนังสือเลยค่ะ
เสียดายจัง
งบหมด T_T



ร้อนๆๆๆ

คิดถึงนะคะ big smile

#17 By .. n ö k ó ö q .. on 2008-04-09 15:54

#18 By Mike Jackson (66.232.97.32) on 2008-05-01 16:24