ค่ายผลัดใบ#2

posted on 15 Mar 2009 12:58 by maebin  in Event

"Experience is a hard teacher because she gives the test first, the lesson afterward." - Vernon Law 
 

---------------------------------------------------------------------------------------

 

จากเอนทรี่ที่แล้วที่พูดถึงเรื่องวุ่นๆของการไปเซอร์เวย์ค่าย มาคราวนี้ มีเรื่องวุ่นๆในค่ายจริงมาฝากค่ะ

หลังจากประชุมและคุยสรุปแล้ว กลุ่มเฮดก็ตกลงกันว่าจะปรับโครงค่ายทั้งเวลา, กิจกรรม รวมทั้งเรื่องของที่พักค่ะ จากนั้นก็แบ่งกันไปโทรตามและเตือนชาวค่ายไม่ให้ลืมนัดและสัมภาระที่จำเป็นต้องเตรียมไป น้องบางคนดูเหมือนไม่มีปัญหาค่ะ ดูเหมือนค่ะ ดูเหมือน


น้องค่าย >>> "โอ้พี่เมธ์ ขอบคุณที่โทรมาบอกครับ ผมยังไงก็ได้ครับ"
เมธ์ >>> "อืมม ดีๆ"
น้องค่าย >>> "นอนกลางดินกินกลางทรายก็ได้ครับ ได้บรรยากาศดี"
เมธ์ >>> "เอ่อ เราไม่ได้ไปลั้นลาที่ทะเลพัทยานะคะน้อง ฮ่าๆๆ เราเข้าป่าค่ะ เตรียมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวไปด้วยนะ"
น้องค่าย >>> "โอ๊ย สบายมากครับ ใส่เสื้อกล้าม กางเกงเลก็อยู่ได้"
เมธ์ >>> "(โว๊ยยยย น้องสบายแต่พี่จะตายเอา ทั้งยุงทั้งอากาศหนาว ขนเสื้อไปเถอะน้องเอ๊ยยยย) โอ้ ไม่ได้ค่ะ พี่ต้องดูแลความปลอดภัยของน้องๆด้วย เพราะฉะนั้น เอาแขนยาวขายาวไปนะคะ"
น้องค่าย >>> "เออใช่ ผมไม่มีถุงนอนอะครับ แต่ผมเอาเปลไปผูกได้มั้ยครับ"
เมธ์ >>> "(โว๊ยยยยยยยยยยย พี่แทบจะต้องจับน้องไปอาบกย.15 แล้ว ยังจะหาเรื่องไปนอนให้กองทัพยุงมันหามเร้อะ!!! ไหนจะไข้ป่าอีก แทบจะลากหมอไปค่ายด้วยอยู่แล้ว) โอ้ววววว ไม่ได้ค่ะ มาลาเรียจะหามเอาค่ะ ถ้าไม่มีกย.15 ไม่เป็นไร พี่จะขนไปเผื่อจ๊ะ แล้วเจอกันวันค่ายนะ"

วางสายไปพร้อมน้ำตาไหลพรากๆ จะไหวมั้ยเนี่ย T____T
ก็ฮาเฮกันไปพร้อมๆกับความเป็นห่วง ฮ่ะๆๆ

 

เนื่องจากเฮดมีกัน 4 คน ก็เลยแบ่งภาค ให้ล่วงหน้าไปจัดการเรื่องสถานที่ก่อนตั้งแต่เช้า 2 คน ที่เหลืออีก 2 คนจะออกเดินทางตอนเย็นพร้อมชาวค่ายค่ะ
ด้วยเหตุนี้เมธ์เลยได้ไปอุทยานแห่งชาติไทรโยคตั้งแต่เช้า ไปคราวนี้ต้องขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนเฮดอีกคนสุดๆ เพราะท่านทั้ง 2 ขับรถพาไปถึงที่เลยค่ะ


แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มเท่านั้น ...


เพราะพอไปถึง เราก็เจอปัญหาอีกล้านแปดให้ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนนึงก็มาจากความสะเพร่าตอนไปเซอร์เวย์ค่ายแหละค่ะ ขอรับความผิดไว้ด้วยความเสียใจและสุดเซ็งยิ่ง (เฮ้อ)

เมธ์กับเพื่อนเดินวุ่นกันตลอดเช้า คุยกับคนนู้นติดต่อกับคนนี้ รอพบคนนั้นรอถามคนโน้น
(คือ ก็พอเข้าใจค่ะว่าจนท.เค้าแบ่งงานกันรับผิดชอบ แต่ในเมื่อทางอุทยานเปิดให้บริการด้านนี้ ก็น่าจะมีใครซักคนที่ทำตำแหน่งคล้ายๆ One Stop Service ซะหน่อยนึง)
เหนื่อยใจจนความรู้สึกเซ็งแวะมาทักทายบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ผ่านไปได้ด้วยดี ขั้นตอนสุดท้าย(?)คือจ่ายตังค์และรับกุญแจบ้านพักค่ะ จังหวะที่รับใบเสร็จนี่แทบลอยขึ้นฟ้า รู้สึกตัวเบาหวิวชอบกล ตอนนั้นถ้าจะแก้ไขอะไรคงยากล่ะทีนี้ เพราะไม่มีตังค์แล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆ

พอได้กุญแจปุ๊บก็ต้องไปตรวจสอบบ้านพักทุกหลัง ดูสภาพห้องนอนห้องน้ำ มีกี่ห้องก็ตรวจเช็คมันทุกห้อง รวมทั้งบริเวณรอบๆบ้านด้วยค่ะ ตรวจเรียบร้อยแล้วก็มานั่งดูตารางกิจกรรมกันอีกรอบ และ ... ต้องแก้โครงกันอีก (ขนาดชาวค่ายจะมาถึงเย็นนี้แล้วยังต้องแก้อีก โว๊ยยยยยย ไม่จบไม่สิ้นกันซักที)

แล้วที่ตลกสุดๆคือ ยังมีชาวค่ายบางคนโทรมาถามว่าพี่เมธ์อยู่ไหนครับ ผมไม่เห็นพี่เลย ตอนนี้รออยู่ใต้หอ บลาบลาบลา

...

พี่อยู่ที่กาญจน์แล้วน้องเอ๊ย -__-

 

เวลาออกเดินทางของชาวค่ายที่กำหนดกันไว้คือ 6 โมงเย็นล้อหมุน แต่เอาเข้าจริงก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มกว่า เมธ์กับเพื่อนอีกคนเลยมีเวลาอาบน้ำและนอนพักกันแป้บนึง ก่อนจะลุกขึ้นมาคอยโทรถามว่าถึงไหนกันแล้ว ซึ่งกว่าจะมาถึงกันก็เข้าวันใหม่ไปแล้ว ก็ช่วยกันขนสัมภาระเข้าที่พัก หูวว อากาศหนาวแบบถึงใจมาก พูดออกมาแล้วมีควันด้วย เมธ์เลยต้มมาม่าในหม้อหุงข้าว(หม้อหุงข้าว??)ให้กินอุ่นท้องก่อนให้ชาวค่ายเข้านอน
ฟังดูเหมือนจะเสร็จสิ้นภารกิจของวันแล้ว


แต่ยังค่ะ T-T
กลุ่มเฮดยังต้องมาจัดตารางกิจกรรมของชาวค่ายแต่ละคนอีก นับแล้วทั้งหมดมีกัน 23 คน
กว่าจะเสร็จเข็มสั้นก็กระดิกถึงเลข 4

พวกเราได้นอนประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ต้องเด้งตัวขึ้นมาปลุกชาวค่ายค่ะ ตอนเช้าจะมีพิธีเปิดค่าย ซึ่งมีหัวหน้าอุทยานฯเป็นประธาน จากนั้นก็แนะนำจนท.วิทยากร ก่อนจะแยกย้ายกันทำกิจกรรมตามตารางของตัวเองค่ะ

 

วันที่1 - ช่างเช้า : กิจกรรมศึกษาชีวิตชุมชน
แบ่งชาวค่ายออกเป็น 2 กลุ่ม



อยากกินมั่งจัง >.<


กลุ่มนึงไปศึกษาชีวิตชาวบ้าน ส่วนอีกกลุ่มไปคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานค่ะ งานนี้เฮดไม่ได้ไปด้วย เพราะสลบเหมือด เอ้ย เพราะต้องเตรียมกิจกรรมช่วงบ่ายและจัดการข้าวของค่ะ

 

วันที่1 - ช่วงบ่าย : กิจกรรมเดินป่าสำรวจเส้นทางธรรมชาติ



มันคือเส้นทางที่เมธ์กับเพื่อนเคยไปสำรวจกันแล้ว (จากเอนทรี่ก่อน) เลยอยู่ช่วยขนสัมภาระย้ายที่นอน (งานนี้ต้องได้กางเต๊นท์ด้วย) และเตรียมทำข้าวเย็นค่ะ เมนูเป็นผัดกะเพรา ไข่เจียว และแกงจืด มีของหวานเป็นเต้าฮวยแลคตาซอยกับฟรุ๊ตสลัด (จริงๆเมธ์ก็ช่วยได้แค่ปอกกระเทียมแหละ แหะๆ เรื่องครัวต้องยกให้คนอื่น)

 

* เนื่องจากมีการจองที่พักแบบกะทันหัน ค่ายเมธ์เลยต้องเปลี่ยนที่นอนกันทุกคืนค่ะ เลยต้องขนสัมภาระย้ายกันทุกเย็น
* ค่ายนี้แบ่งเรื่องอาหารเป็น ให้ทางอุทยานจัดให้ กับ ทำเองค่ะ
* จนท.แบ่งออกเป็นหลายฝ่าย แต่พี่คนนี้เป็น1ใน8คน ที่เป็น นักสื่อความหมายธรรมชาติ ค่ะ

 

วันที่1 - ช่วงเย็น : กิจกรรมตอนกลางคืน
ย้ายที่พักเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^
หลังกินข้าวเย็นแล้ว ก็คุยสรุปกิจกรรมศึกษาชีวิตชาวบ้าน ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาเยอะทีเดียว
ฝ่ายนึงบอกว่าจนท.แหละเป็นตัวการของทำลายธรรมชาติ ลักลอบทำนู่นนี่ ใช้อำนาจในทางมิชอบ อืมมม
ส่วนอีกฝ่ายนึงบอกว่าชาวบ้านเป็นต้นเหตุที่ทำให้สภาพป่าความเสื่อมโทรม ลักลอบทำนู่นนี่ ใช้ข้ออ้างเพื่อขอสิทธิต่างๆ อืมมม
ก็เป็นสารจากต่างมุมมอง เลยต้องให้ใช้วิจารณญานตัดสินกันเอาเองค่ะ



เฮดทั้ง 2 ในโหมตหนาวไม่ไหวแล้ว (ฮาาา)

แล้วเราแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม เวียนเปลี่ยนฐานไปเรื่อยๆ ตีมหลักคือพูดถึงความลับในความรักค่ะ
เมธ์ว่าเป็นกิจกรรมที่ดีนะ เพราะนอกจากจะทำให้รู้จักกันแล้วยังรู้สึกสนิทใจมากขึ้นจนสามารถเล่าเรื่องความรักของตัวเองได้ (ไม่ใช่แค่รักแบบหนุ่ม-สาวอย่างเดียวนะคะ งานนี้ได้คุยถึงความรักแบบรักพ่อรักแม่ รักหมา รักบ้านเกิด ฯลฯ) กว่าจะจบกิจกรรมก็ดึกทีเดียว แถมอากาศก็เย็นลงเรื่อยๆด้วย เสื้อหนาวเอาไม่อยู่ต้องได้ลากผ้าห่มมาคลุมอีกชั้นค่ะ บรื๋อ~

 

วันที่2 - ช่วงเช้า : กิจกรรมทำแนวกันไฟ ระยะทาง 1 กิโลเมตร
วันนี้เฮดและกลุ่มสวัสฯตื่นกันตั้งแต่ตี 5 เพื่อลุกมาทำอาหารเช้า(ข้าวผัดปลากระป๋อง)และเที่ยง(ผัดมาม่า) เพื่อขนกันไปกินตอนกลางวันค่ะ อากาศหนาวได้โล่สุดๆ เกิดมาเพิ่งเคยยืนสั่นขนาดนี้ก็คราวนี้ล่ะค่ะ มันหนาวแบบใจจะสั่นไปด้วย หนาวจนยืนไม่ไหวต้องทรุดลงไปนั่งยองๆ หนาวจนอยากกอดเตาที่กำลังผัดข้าวอยู่ โอ๊ยหนาววววววว

การทำแนวกันไฟก็ง่ายมาก พูดแบบเด็กเล็กก็คือการกวาดเศษใบไม้ไปกองไว้ตรงกลางทางเดิน แต่ถ้าพูดแบบเด็กโตก็คือการลดความเสี่ยงในกรณีเกิดไฟป่า โดยใช้อุปกรณ์ทั้งไม้กวาดทางมะพร้าว, คราด และจอบ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์หลักๆ 2 ข้อค่ะ คือ
1. ต้องกะระยะห่างของทางเดินด้วย กันการเกิด "ไฟกระโดด" (เวลาลมพัด ก็สามารถทำให้ไฟลามไปติดต้นไม้ต้นอื่นได้)
2. บางครั้งจนท.จะจุดไฟเผาเศษใบไม้ที่ทางเดินนี้เพื่อตีกรอบบริเวณไฟป่าให้อยู่ในความควบคุม วิธีนี้อ้างอิงเรื่องการถ่ายเทก๊าซตามหลักวิทยาศาสตร์ค่ะ

พักโซ๊ยผัดมาม่า

 

วันที่2 - ช่วงบ่าย : กิจกรรมทำฝายชะลอน้ำ
ฝายมีหลายชนิดค่ะ มีหลายขนาด และมีวิธีการสร้างหลายแบบ บางฝายก็สร้างแบบถาวร บางฝายเป็นแบบชั่วคราวที่สร้างตามฤดู เพื่อช่วยปรับสมดุลให้ธรรมชาติ (ค่ายเมธ์ทำฝายแบบนี้ค่ะ)
วิธีทำก็แสนง่าย แต่ต้องใช้เวลา เพราะต้องตัดไผ่มาทำสร้างเป็นโครง แล้วก็ไปขนและขุดหาหินก้อนใหญ่ๆมาใส่ลงไป งานนี้ให้ผู้ชายรับหน้าที่จัดการโครง ส่วนผู้หญิงก็ลำเลียงหินค่ะ

 
เฮด 2 คนเริ่มยืนเองไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆ

เย้เย~

 

วันที่3 - ช่วงเย็น : กิจกรรมตอนกลางคืน
ย้ายที่พักเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^
หลังกินข้าวเย็นแล้ว ก็คุยสรุปกิจกรรมที่ทำกันวันนี้ค่ะ แล้วก็เริ่มกิจกรรมสานสัมพันธ์ ซึ่งไอเดียแจ่มมาก เพราะคืนนี้เราสามารถยกคนด้วยนิ้วเพียง 2 นิ้ว

...

จริงๆค่ะ เราทำได้จริงๆ
เราแบ่งชาวค่ายออกเป็น 2 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกตัวแทนมาคนนึง
จากนั้นให้คนที่เหลือ ใช้ เฉพาะนิ้วชี้ ยกตัวแทนกลุ่ม ขึ้นจากพื้น เทคนิคคือ ต้องจัดการเลือกจุดที่จะยกและดันให้สมดุลค่ะ เช่น แบ่งคนไปยกจากใต้เท้า, ช่วงไหล่, ด้านหลัง, ด้านหน้า
ไม่เชื่อก็ขอให้เชื่อ เพราะกลุ่มเมธ์สามารถยกคนน้ำหนักเฉียด 80 กิโล ขึ้นจริงๆ
สื่อความหมายที่ว่า ถ้าเราช่วยกันคนละนิดละหน่อย ก็สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้ การรักษ์โลกก็เช่นกันค่ะ : )



จบกิจกรรมนี้ไปอย่างน่าปลาบปลื้ม ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมเปิดใจชาวค่าย ที่ให้ทุกคนพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อการมาค่ายครั้งนี้และปิดท้ายด้วยความรู้สึกของกลุ่มเฮด
หายเหนื่อยไปเปลาะนึงแล้วค่ะ เฮ้อออออออออ

 

วันที่3 - ช่วงเช้า : กิจกรรมชมถ้ำค้างคาว


งานนี้เมธ์ขอบาย เพราะต้องอยู่เก็บสัมภาระและจัดการจัดเก็บข้าวของมากมาย น่าเสียดายที่คุณค้างคาวไม่โผล่ออกมาทักทายชาวค่าย

แต่ก็มีรางวัลปลอบใจคือปล่อยให้ไปเล่นพุต้นน้ำค่ะ ดูจากรูปแล้วก็เฮฮากันดี และนั่นทำให้เมธ์ซึ่งจัดของอยู่ที่บ้านพักเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ... ตัวเองน่าสงสารแค่ไหน



มาม่าที่ทำตั้งแต่วานเช้า อา ... อร่อยน้ำตาไหล T--T

 

จบมื้อเที่ยงแล้วก็ไปทำพิธีปิดแล้วก็ได้เวลากลับค่ะ

 

ตอนที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ ก็รู้สึกว่า เวลามันผ่านไปเร็วจนน่าตกใจ ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะเฮดต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอด รู้ตัวอีกทีก็จะกลับกันแล้ว ใจหายอยู่ แต่ก็โล่งใจที่ผ่านไปได้ด้วยดี

เบื้องหลังเฮดทั้ง 4


ขอบคุณทุกคน ทุกสิ่งอย่าง ประสบการณ์ทั้งดีทั้งไม่ดี ทั้งหมดนี้ที่ทำให้เกิดค่ายผลัดใบครั้งที่ 2
ผลัดใบ หรือ change หมายถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เวลาไม่กี่วันอาจไม่สามารถเปลี่ยนคนได้ หากเพียงแค่เปลี่ยนมุมมองความคิดบางอย่างที่จะนำไปสู่ผลดีต่อโลกได้ ก็ถือว่า ทำสำเร็จแล้ว


ดีใจที่ได้ทำค่ายค่ะ : )

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

คำถาม: การจะทำค่ายซักค่ายนึงต้องทำยังไงคะพี่?
คำตอบ: อ๋อ ทำอย่างงี้จ๊ะ


1. เตรียมคน
ทั้งกลุ่มเฮด (จัดการดูแลตั้งแต่เป้าหมายการทำค่าย, สถานที่ที่จะไป, กิจกรรม, ตารางเวลา, ที่พัก ฯลฯ) และรับสมัครชาวค่าย
2. เตรียมเงิน
หาสปอนเซอร์ (ที่คุ้นเคยที่สุดน่าจะเป็นแลคตาซอยค่ะ ให้นม ให้ป้ายผ้า บางค่ายจะได้เสื้อแลคตาซอยด้วย ตอนไปค่ายก็ถ่ายรูปตอนทำกิจกรรมด้วย ไว้สำหรับการทำจดหมายขอบคุณเพื่อเป็นการตอบแทนที่เค้าให้ทุนมาทำค่าย) ถ้าเงินมากพอก็ไม่ต้องเก็บตังค์ชาวค่ายค่ะ แต่ค่ายเมธ์คราวนี้เก็บคนละ 350 บาท ต้องเตรียมเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินด้วยนะ
3. เตรียมเอกสาร
ทำจดหมายติดต่อหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง (เช่น จดหมายรับรองจากสถานศึกษา, จดหมายขอทุน, จดหมายขอลดหย่อนค่าที่พัก), เก็บใบเสร็จทุกครั้งที่จ่ายเงิน รวมถึงข้อมูลของค่าย เช่น บันทึกการประชุม (ถ้ามี) ข้อมูลชาวค่าย ฯลฯ
4. เตรียมของ
จัดหาจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็น ตั้งแต่สัมภาระส่วนตัวไป, ยา, อุปกรณ์ที่จะใช้ทำกิจกรรมต่างๆ อ้อ เตรียมทำโล่หรือป้ายประกาศไปขอบคุณเจ้าของสถานที่ด้วยนะ
5. เตรียมใจ
มันต้องได้เจอปัญหาแน่ๆ และมันต้องมีเรื่องให้ปวดหัวปวดไตกันแน่ๆ
แต่มันก็จะให้ประสบการณ์กับเราแน่ๆ เช่นกัน

: )

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 


:: คำใบ้ที่สี่ ::

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โห้วววววววว น่าสนุกดีจัง confused smile

#1 By ☁ B u a .. on 2009-03-15 13:43

โอ้คำใบ้ที่รอคอย กำลังรออยู่ว่าเมื่อไรจะถึงคิวพี่ก้อง หุๆquestion

ทำค่ายสนุกเนอะเมธ์เนอะ big smile แต่เห็นน้องเหนื่อยแล้วก็สงสาร surprised smile
ชื่นชมค่ะ ชื่นชมๆ confused smile

คำใบ้นี่ใกล้เข้ามาแล้วเนอะ sad smile
อ่านแล้ว อยากไปออกค่ายอ่ะ

#4 By ยังคง... on 2009-03-16 01:07

อ่านแล้ว อยากหาเวลาว่างๆกลับไปทำค่ายอีกจัง

confused smile

ไว้มีค่ายไหน รับคนนอก อย่าลืมชวนพี่ไปด้วยดิ

555+

#5 By ecOnuizer on 2009-03-16 09:35

ได้เห็นเบื้องหลัง head ทั้ง4 ด้วย

#6 By V@R on 2009-03-16 10:42

ส่งบทความไปยังครับ พี่ส่งไปแล้วนะ
ไม่คาดหวัง 55 ขอให้ได้นะครับconfused smile

#7 By redtear on 2009-03-16 15:48

ยิ่งเห็น..
ยิ่งคิดถึงค่าย..

คราวหน้าไปด้วย..

confused smile
ได้รับ postcard แล้วค่ะพรุ่งนี้ส่งให้นะคะ

#9 By V@R on 2009-03-19 22:14

ท่าทางจะหนาวเอาเรื่องนะ

มาม่าในบัคเก็ต!!

ถ้าไม่ได้ฝีมือปอกกระเทียมอย่างปราณีต อาหารคงไร้รสชาติน่าดู (นี่ช่วยเชียร์เต็มที่แล้วนะ)confused smile

#10 By 7 days ago on 2009-03-20 15:45

น่าสนุกอย่างแรงเลยอ่าา
อ่านเรื่องค่ายอย่างสนุกสนาน
ลงมาเจอคำใบ้ที่สี่เอามือกุมขมับทันที ฮ่าๆๆๆsad smile

ใกล้เสร็จรึยังคะนี่ แฮ่ๆๆ

#11 By มาย (124.121.244.97) on 2009-03-21 04:06

^__^ สวัสดีจ้ะลูกเมย์

ทำไมเป็นถั่วเขียวหลงทางไปแล้วล่ะเนี่ย?
ม่ายเป็นไรเดินมาอีกนิดสิจ๊ะ แล้วจะพบแม่
แล้วแม่จะจูงมือถั่วเขียวกลับไปส่งที่บ้านไง
อิอิ..คิดถึงลูกเมย์มากๆนะจ๊ะ

#12 By P.Pu on 2009-03-22 08:55

ค่ายนี่สนุกสุดยอดเลยอ่ะ มีครบทุกรส ฮิฮิฮิbig smile

#13 By man (124.120.47.27) on 2009-04-23 20:46

หวัดดีค่า

ยินดีที่ได้รู้จักน้า

เปนค่ายที่น่าไปมากๆอ่าconfused smile

#14 By MaLeSs_Amm on 2009-05-08 13:33

ใช่ค่ายหอใช่ปะคะ เห็นหน้าเพื่อนคณะเต็มเลย แหะๆ open-mounthed smile

#15 By iDoi* on 2009-06-24 19:22