+ My Articles +

posted on 03 Nov 2007 23:57 by maebin

*Creative Commons License

*บทความบางชิ้นเกิดขึ้นด้วยหน้าที่ที่ต้องทำส่ง บางชิ้นผุดขึ้นมาในชั่วบัดดล และบางชิ้นมาจากความต้องการจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่ผลงานทุกชิ้นมีพื้นฐานอยู่ที่ความคิดเห็นและความรู้สึก 'ของข้าพเจ้า' เอง*

*หาอ่านเพิ่มได้ที่ http://a-moment.exteen.com/ *

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทความที่ ... 9 (พฤศจิกายน 2551)

 

PEACE

 

people want it,
people find it,
people lost it,


...


people keep wanting it.

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทความที่ ... 8 (กันยายน 2551)

 

เล็กๆที่ยิ่งใหญ่


                                                                      [ภาพจาก glitter-graffic]


เมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียนคุณครูที่เคยสอนตอนเรียนประถม
จำได้ว่า ผมเป็นนักเรียนรุ่นแรกตอนท่านบรรจุเข้าเป็นครู
บวกกับความแก่นแก้วของผมและผองเพื่อนที่ก่อเรื่องวุ่นๆได้ทุกวัน
ด้วยเหตุนี้ เราเลยสนิทกันมาก

ครูยิ้มอวดฟันทองให้ ทันทีที่เห็นผม

"โตขึ้นเยอะเลยนะ สบายดีไหม"
"สบายดีครับ ครูล่ะครับ"
"ก็ตามเวลาและโอกาส" แล้วท่านก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากตามประสาคนอารมณ์ดี
นั่นคือบทสนทนาแรกของเรา

หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ครูก็วกเข้าปัญหาที่ผมเคยเขียนอีเมล์ไปขอคำปรึกษา


"แล้วเรื่องที่เราเคยเล่ามาน่ะ เป็นยังไงบ้าง"
"ครับ ก็... ก็พยายามปล่อยวางครับ นี่ผมกำลังหารางวัลปลอบใจตัวเองอยู่"

เรื่องที่ว่าคือปัญหาที่ทำงานครับ โปรเจคที่ผมลงทุนลงแรงไปเยอะ มีทีท่าจะล่มเอากลางครัน ปวดหัวเครียดจนเกือบทะเลาะกับแฟน จนแล้วจนรอดก็ดูจะหาทางแก้ไม่ได้ ผมเลยปล่อยไป

 

"อืม รู้จักปล่อยวางบ้างก็ดีแล้ว ปัญหามีไว้แก้ก็จริง แต่บางครั้ง ปัญหาก็มีให้เรารู้จักการปล่อยวาง"

 

"แล้วรางวัลปลอบใจที่ว่า คืออะไรล่ะ"
"คง.. ไปเที่ยวที่ไหนซักที่ล่ะครับ กะจะไปแถวยุโรปครับ ไหนๆก็มีวันหยุดเหลือเยอะด้วย" ผมตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร ด้วยฐานะทางการเงินแล้ว ผมว่ามันเป็นรางวัลที่สามารถปลอบใจผมได้ดีทีเดียว

 

"เคยได้ยินคำว่า 'เล็กๆที่ยิ่งใหญ่' ไหม" ท่านถาม
"ครับ"
"แล้วเข้าใจไหม"
"..."  ผมเงียบไป กลัวเข้าใจไม่ตรงกัน เลยได้แต่ส่งยิ้มให้แทน
"ไม่รู้สินะ ในความคิดของครู ครูว่า 'รางวัลปลอบใจ' มันควรจะเป็นอะไรที่ 'เล็กๆที่ยิ่งใหญ่' "
"ยังไงครับ"
"ของขวัญหรือรางวัล มันก็คือความสุข เพราะฉะนั้นความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่คืออะไร"
"ก็.. คงจะเป็นอะไรที่หาได้ง่ายๆล่ะมั้งครับ"  ผมอ้อมแอ้มตอบไป
"ความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ของครูคือ การหยิบการ์ดอวยพรปีใหม่ที่เคยรับมานั่งอ่าน"

 

 

 


"แล้วความสุขเล็กๆของเธอคืออะไร"
"ก็.. "

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 


ผมนั่งคุยกับครูจนแสงแดดก้าวออกจากวงสนทนา
ผมแวะปั๊มเติมน้ำมัน ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อกาแฟมาละเลียดอย่างสบายอารมณ์ ก่อนขับรถกลับบ้าน

 

 

 


จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมยังไม่ได้จองทัวร์
เงินที่สำรองไว้สำหรับไปเที่ยวคราวนั้น ตอนนี้ถูกแบ่งสรรไปให้มูลนิธิต่างๆ

 

 

 

 

 

 

 


"ความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่" ของคุณ
คืออะไรครับ?

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทความที่ ... 7 (กรกฎาคม 2551)

ห่าง-หาย


                                             (ภาพจาก google)

ระหว่างที่ยืนหายใจทิ้งอยู่บนรถไฟฟ้า ปลายทางหมอชิต
ฉันเผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
จะเป็นยังไงถ้าโลกนี้ไม่มีการวัดระดับความสามารถ?
มนุษย์เราจะย่ำต๊อกอยู่กับที่รึเปล่า?
คนที่ทำงานด้านการพิมพ์ข้อสอบ นักคิดคำถามมากมาย รวมถึงอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง จะทำงานอะไรแทน?
การสอบ การวัด การทดสอบไม่ได้ส่งผลดีมากเท่าผลเสียเลย
เพราะมันสร้างแรงกดดัน ที่ใครหลายคนเหมารวมว่าเป็นแรงกระตุ้น
เหนื่อย
เหนื่อยจริงๆ
งานเยอะ เรื่องแยะ
มีแรงเหลือพอแค่หันไปบอกลาเพื่อนเสียงอ่อย แล้วกำชับว่าอย่าลืมกลับไปแก้รายงาน

 

ระหว่างที่ยืนหายใจทิ้งอยู่บนรถไฟฟ้า ปลายทางหมอชิต
มีเด็กผู้ชาย 3 - 4 คน ดูจากการแต่งตัวและความสูง น่าจะเรียนอยู่ชั้นประถมต้น
วิ่งแข่งกันเข้ามาจับจองพื้นที่ในตู้รถไฟ พร้อมส่งเสียงคุยเฮฮาแทบจะได้ยินกันทั้งขบวน
ฉันเกือบเผลอเบ้หน้ารำคาญ ด้วยเป็นคนไม่นิยมชมชอบเด็กเป็นทุนเดิม
อารีย์,
เด็ก 2 คน สะพายกระเป๋าเดินตามพี่เลี้ยงออกจากตัวรถไป
"บ๊ายบายยยย เจอกันพรุ่งนี้น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
เด็กอีก 2 คนที่เหลือตะโกนลา มือชูขึ้นโบกไปมา


นานเท่าไหร่แล้วนะ
ที่ฉันได้ตะโกนลั่นเพื่อบอกลาเพื่อน ยินดีที่วันนี้ได้ร่วมใช้ชีวิตด้วยกัน และยินดียิ่งที่จะได้พบกันใหม่ในวันต่อไป
ไม่รู้เหมือนกันว่านานเท่าไหร่แล้ว
รู้แค่ว่า
ฉันจำความรู้สึกนั้นไม่ได้เลย

เรามี "วันเด็ก"
แล้ววันไหนล่ะ ที่เป็น "วันวัยเด็ก" ?

ฉันไม่อยากเป็นเด็ก
แต่ฉันก็ไม่พร้อมที่จะเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน

ฉันไม่ชอบเด็ก
ไม่ชอบตัวเองตอนเป็นเด็กด้วย

...


แต่ก็อดคิดถึงเด็กคนนั้นไม่ได้เหมือนกัน

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทความที่ ... 6 (มิถุนายน 2551)


ย้ำความคิด


                             (ภาพจาก google)
.

วันนี้เป็นวันร้อนๆอีกวันที่กำลังจะหมดไป ความมืดมิดของกลางคืนเดินเตาะแตะใกล้เข้ามาแล้วครับ
"โลกร้อน" นะ คุณว่าไหม? คุณร้อน ผมเองก็ร้อน
ไม่ต่างกัน

 

1.
สมัยนี้เวลาหายใจที่ไหนก็มักจะได้กลิ่นการรณรงค์ลดโลกร้อนเป็นระยะๆ จนจมูกผมเริ่มชาชิน บางครั้งอาจถึงขั้นด้านชาค่อนไปทางเบื่อหน่าย
ไม่ใช่อะไร ... ผมว่า มันเป็นการแก้ปัญหาผิดประเด็น
ตามที่ผมทราบ คนต่างประเทศเค้าใช้ถุงผ้าดิบไปจับจ่ายซื้อสินค้ามา เพื่อใส่ลงไปในถุงนั้น
ผมไม่แน่ใจ แต่ก็เดาเอาเองว่าเค้าก็คงมีแฟชั่นลายถุงผ้าดิบเหมือนกัน
และเท่าที่ผมรู้ คนไทยใช้ถุงผ้าดิบ เพื่อแฟชั่น ครับ (อย่าเพิ่งโวยวาย เพราะผมไม่ได้เหมารวมคนไทยทุกคนที่ใช้ถุงผ้าดิบ)

ทุกวันนี้ เวลาผมพาร่างตัวเองไปตามที่ต่างๆ ไม่นานนัก สายตาก็จะจับจ้องมองเห็นถุงผ้าปลิวตามลำแขนกันให้ว่อน ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องตลกปนดีครับ ผมว่า ดูๆไปเหมือนเป็นธรรมเนียมขำๆในกลุ่มวัยรุ่นว่า "เฮ้ย เอ็งมีถุงผ้าด้วย เอ็งรักษ์โลกนี่หว่า"
สิ่งที่ทำให้ผมคิดเช่นนี้เพราะ แทบจะร้อยทั้งร้อย เวลาที่ มนุษย์ถุงผ้า ซื้อของอะไรซักอย่าง น้อยคนที่จะบอกคนขายว่า "ไม่ต้องใส่ถุง"
ผลเลยกลายเป็นว่า คุณจะพบเจอสมุดโน๊ตในถุงพลาสติก กิ๊ฟท์ติดผมในซองพลาสติก ปากกาในถุงพลาสติก ลูกอมในถุงพลาสติก และอีกมากมาย ในถุงพลาสติก ... ในถุงผ้า

ความนิยมใน "ถุงผ้ามหัศจรรย์" นี้ยังไม่หมดครับ นอกจากกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้จ่ายหาถุงผ้ามาสะพายกันให้โก้แล้ว ในกลุ่ม "ผู้ขาย" ก็ครึกครื้นคึกคักไม่แพ้กัน เห็นได้จากลวดลายที่เพนท์หรือสกรีนลงบนถุงผ้า ตั้งแต่ข้อความบอกรักษ์โลกไปจนถึงข้อความกิ๊บเก๋ที่คาดว่าจะโดนใจ "ผู้ซื้อ"
บอกตามตรง ผมเอือมครับ

การใช้ถุงผ้าดิบที่ถูกต้อง ควรจะเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ ไม่ใช่การซื้อมาใช้ เพราะนั่นหมายความว่า เกิดการผลิตเพิ่ม ... และเกิดการสูญเสียทรัพยากรเพิ่ม
ถุงผ้าดิบ เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่กระเป๋าใบเดิมขาดหรือชำรุดชนิดที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ต่างหาก
แต่จะพูดมากคงไม่ได้
กระแสเค้าแรงจริง


2.
หลายครั้งที่การรณรงค์โลกร้อนทำเอาผมแทบลงไปนอนเอามือก่ายหน้าผากขำที่พื้น เพราะอะไรๆมันดูขัดหูขัดตาได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การรณรงค์โลกร้อนตามห้างสรรพสินค้า
ทีมงานการจัดงานนั้นๆยืนพูดรณรงค์ปาวๆใส่ ไมโครโฟน เสียงพูดนั้นเดินทางผ่านสายไฟเส้นขยุกขยุยมากมาย ผ่านไปรวมกันที่เต้าเสียบรวม ซึ่งมีปลั๊กตัวอื่นๆเสียบคาใช้งานอยู่เช่นกัน
แผ่นพับเรื่องโลกร้อนและวิธีการลด ละ เลิก เพื่อรักษ์โลก มีแจกให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ตลอดวัน
บอร์ดที่แสดงสภาพโลกที่ร้อนขึ้น รวมถึงผลกระทบต่างๆในปัจจุบันและการคาดการณ์ถึงในอนาคต ... เต็มไปด้วยกระดาษ โฟม พลาสติก กาว ฯลฯ
หนังสือโลกร้อนที่นักเขียนและนักอยากเขียนมากมายพร้อมใจกันเรียบเรียงถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
เสื้อ กระโปรง กางเกง กระเป๋า และข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ สกรีนลายโลกร้อน ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีแฟชั่นลายสักลดโลกร้อน กระทั่งการจัดลานกิจกรรมที่เชิญชวนให้ผู้คนเข้าไปร่วมด้วย เช่น เกมต่างๆ
คันปากอยากเดินเข้าไปถามจริงๆว่า "คุณกำลังทำอะไรกันอยู่หรือครับ?"

 

3.
การเยียวยารักษาสิ่งแวดล้อม ทำได้หลายวิธี ซึ่งผมเองก็พอจะทราบว่า การจะทำให้การรณรงค์(ดูจะ)สัมฤทธิ์ผล จำเป็นต้องขยายวง "ผู้รับรู้" ให้กว้างที่สุด อาจจะเพราะเป็นการกระจายความเป็นไปได้ของผลตอบรับหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ผมว่ามันเป็นแค่กิจกรรมดึงลูกค้าดีๆนี่เอง
เอาง่ายๆ
ถ้ายุคสมัยนั้นๆ โดราเอมอนกำลังได้รับความนิยมจากมหาชน ผมกล้าฟันธงแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่า ณ เวลานั้น ห้างฯไหนๆก็จะมีเจ้าเหมียวไร้หูหุ่นปุ๊กลุกสีฟ้ายืนยิ้มแฉ่งอยู่ในลานกิจกรรมวันโดราเอมอน (ชื่อกิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงไปตามความคิดสร้างสรรค์ของคนจัดงาน)
แน่นอน เรื่องโลกร้อนนี่ก็เช่นกัน

 

4.
ที่จีน มีการประกาศยกเลิกใช้ถุงพลาสติก
ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่ากฎหมายนี้จะประกาศใช้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เอง ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณจะมีถุงพลาสติกบรรจุสินค้าที่ซื้อกลับบ้านได้ก็ต่อเมื่อต้องควักตังค์จ่ายเงินค่าถุงด้วย พนักงานที่เผลอลืมตัวใส่ถุงพลาสติกให้ฟรี จะเจอโทษปรับราว 25,000 - 100,000 บาท เลยทีเดียว
เด็ดจริงเด็ดจัง โดนใจอย่างแรง!!

ในเรื่องนี้ จะว่าไป ถ้าพี่ไทยเอาอย่างบ้าง ก็คงจะลำบากไปตามๆกัน เพราะมันดูจะเป็นการผิดวิสัยคนรักสบายแบบเราๆท่านๆ
แต่ผมว่า มันก็คุ้มนะ
ในระยะแรกอาจจะเกิดการโวยวายลุกลามไปถึงขั้นชกต่อย เกิดเป็นศึกวันธงชัยต่อยแย่งถุงพลาสติกกันก็ได้ ใครจะรู้

 

5.
เวลาแห่งการประณีประนอมใกล้หมดลงแล้ว สหายเอย
เร่งทำตามสารที่เค้ารณรงค์กันเถิด
ก่อนที่การบังคับตามมาตราที่ชื่อว่า "กฎหมาย" จะมาเยือน

.
----------------------------------------------------------------------------------
.

บทความที่ ... 5 (พฤษภาคม 2551) 

"พี่"  รับ "น้อง"

       "รับน้อง" หรือกิจกรรมต้อนรับนักเรียนหรือนักศึกษาใหม่ คือ กิจกรรมที่เราๆท่านๆคุ้นหูกันดี หลายคนมองว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่ถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง รวมถึงรุ่นเพื่อนด้วยกันเอง ให้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้จะไม่มีส่วนช่วยในด้านการเรียนโดยตรง แต่การรับน้องก็เป็นจุดเริ่มต้นของช่องทางการติดต่อสื่อสารและสอบถามเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีทั้งด้านบวกและด้านลบ

หลังจากพ้นช่วงการประกาศผลเอนท์ทราน์ในแต่ละปี ข่าวที่ไล่ตามมาคงหนีไม่พ้นข่าวการรับน้องที่รุนแรง ตั้งแต่การแกล้งรุ่นน้อง ลวนลามรุ่นน้อง ไปจนถึงบทลงโทษที่บ้าระห่ำ บางครั้งถึงแก่ชีวิตทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง สิ่งที่เหลือตกค้างในความทรงจำมีแต่คำว่า "ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ"

สถานศึกษาหลายที่พร้อมใจกันออกมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว แต่ก็ไม่มีใครสาม