.
"Food is your body's fuel. Without fuel, your body wants to shut down." - Ken Hill
.
------------------------------------------------------------------------------
.
เคยได้ยินคน (ซึ่ง ณ ตอนนี้ เมธ์ก็ยังไม่รู้ว่าคนไหน - - ) บอกว่า การศึกษาของไทยสมัยก่อน จะเปรียบนักเรียนเหมือนลูกนก ที่ต้องมีแม่นกพ่อนกมาคอยป้อนข้าวป้อนน้ำป้อนความรู้ให้
พอมาสมัยนี้ "ผู้เรียน" ต้องขวนขวาย สืบเสาะ และแสวงหา "อาหาร" ด้วยตัวของตัวเอง
อืม...
.
------------------------------------------------------------------------------
.
ได้ยินข่าวตลาดสามย่านย้ายที่ทำกินไปที่อื่นแล้วก็ใจหายเหมือนกันค่ะ (โรงอาหารอักษรฯก็ยังสร้างไม่เสร็จ สามย่านก็จะย้ายที่อีก งื้ออ) ถึง"ที่ใหม่" จะอยู่ไม่ไกลจาก "ที่เดิม" นักก็เถอะ
จะว่าไปเมธ์เคยไปกินแค่ ... 3 - 4 ครั้งเองมั้ง แต่ก็มีความรู้สึกว่า ตลาดสามย่านเป็นสถานที่โซ้ยข้าวที่มี "ตำนาน" โรยอยู่ในจานทุกๆจานที่เสริฟให้ลูกค้า
เพิ่งเปิดเทอมมาอาทิตย์กว่า จะว่ามีเรื่องเล่าก็มี จะว่าไม่มี .. ก็เหมือนจะมี (เอ๊ะยังไง?)
คิดไปคิดมา คิดมาคิดไป ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะหยิบอะไรมาเล่าก่อนดี ตอนนี้มีเรื่องในสต๊อคเยอะมาก เพราะมีเรื่องค้างมาตั้งแต่ช่วงปิดเทอมไล่มาจนเปิดเทอมเลยค่ะ
งึมๆงัมๆ ตัดปัญหา ... คุยเรื่องกินดีกว่าฮ่าๆๆๆๆ
วันนี้เอาตารางการตระเวนหาข้าวกินมาให้ดูกัน แต่เมธ์ไม่มีเวลาทำ "ตาราง" แบบจริงๆจังๆ ผลที่ออกมาเลยเป็นแค่กระดาษโน๊ทธรรมดาที่แสนจะ(ไม่)ธรรมดา ... 5 แผ่น
ขอเริ่มที่ .. วันจันทร์
กว่าจะได้เวลาอาหารก็ปาไปบ่ายโมงแล้วค่ะ
ออกจากบ้านทั้งที แต่ก็ไปซะบ่าย จะหากิจกรรมอื่นทำช่วงเช้าก็มีไม่มากนัก และไปไหนไกลไม่ได้ด้วย ไม่งั้นกว่าจะวกกลับมาที่ร้าน คาดว่า อาหารคงเกลี้ยงแล้ว..
ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยที่ดูจะต้อนรับลูกค้าดีอยู่ แต่เปิดแอร์ซะเย็นฉ่ำ เอนไปทางหนาวสั่นชนิดที่สามารถเอาปลาเข้าไปแช่ได้ นั่งกินไปก็คิดไป
ก็โลกมันร้อน ...

วันอังคาร (รีบจัดจนตกตัว "l" เลย อืม...)
เป็นร้านอาหารฝรั่งค่ะ แต่แค่เห็นชื่อร้านก็ไม่อยากกินแล้ว แถมคนขายก็ดูไม่ค่อยเห็นใจลูกค้าเท่าไหร่ด้วย คงเพราะเศรษฐกิจไม่ดี กับข้าวกับปลามันแพง ส่วนคนที่เข้าไปอุดหนุนร้านนี้ เท่าที่ดูก็หน้าเลือดพอฟัดพอเหวี่ยงกับคนขาย ถึงรสชาติอาหารจะไม่ถูกปาก แต่ก็จำเป็นต้องเข้าไปอุดหนุนตลอด ไม่งั้นก็ไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้
ฟังดูซีเรียสนะคะ อืม.. ก็ซีเรียสจริงๆล่ะค่ะ (ฮ่าๆๆๆ)
โชคดีที่ใช้เวลาในการจัดการข้าวปลาอาหารแค่ชั่วโมงเดียว ^^"

วันพุธ
หยุดค่ะ ให้กระเพาะได้พักวันนึง
แต่อาจต้องกลายเป็นวันแห่งการเตรียมตัวเพื่อให้มีกำลังกระเพาะที่สามารถเดินหน้าสู้กับอาหารมื้ออื่นในวันต่อๆไปได้ ถ้าโชคดี ก็จะอำนวยโอกาสงามๆให้เมธ์ได้ออกไปเที่ยวเฮฮาให้กระเพาะได้หลั่นล้าด้วย (ซึ่งโอกาสงามๆที่ว่า มีความเป็นไปได้ ต่ำมาก - -)

วันพฤหัสบดี
วันนี้จะได้กินอาหารแบบไทยๆทั้งวันเลยค่ะ มีช่วงเวลาให้กระเพาะได้พักผ่อนแค่ชั่วโมงเดียว
เจ้าของร้านตอนเช้าเปิดร้านขายข้าวมานานแรมปี อายุอานามก็เป็นป้าเป็นย่าได้แล้ว ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าราคาอาหารจะถูกหรือแพง เฮ้อ
ส่วนร้านอาหารที่ตระเวนไปหาตอนช่วงบ่าย อืมม.... เมธ์เหมือนจะสนิทกับเจ้าของร้านอยู่นะ แต่ยังไม่รู้ว่าอาหารจะอร่อยถูกปากมั้ย ยิ่งยุคนี้ข้าวของแห่กันขึ้นราคาด้วย เลยยังฟันธงไม่ได้ค่ะ

วันศุกร์
ถือว่าเป็นวันที่ ... ชีช้ำกะหล่ำปลีที่สุด T___T
วันนี้ต้องเดินสายกินทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายค่ะ
ช่วงเช้า ต้องเข้าร้านเดียวกับที่ไปกินเมื่อวันอังคาร แต่เล่นเอาแทบแย่ เพราะต้องฝืนนั่งกินเส้นสปาเก๊ตตี้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง โฮ~ ToT
ส่วนตอนบ่าย ต้องย้ายไปอีกร้านนึง ร้านนี้เป็นถึงภัตตาคารอาหารจีนเชียวค่ะ ... คนขายไม่ค่อยสนใจลูกค้าผู้มีกระเพาะอ่อนอย่างเมธ์ซักเท่าไหร่ เลยต้องกล้ำกลืนฝืนเคี้ยวตลอด 3 ชั่วโมง แทบได้คลานออกจากร้าน พอดีว่าร้านนี้เค้ามี 3 สาขาค่ะ เมธ์เลยติดต่อเจ้าของร้านขอยกถ้วยยกชามเปลี่ยนจากสาขาแรกไปนั่งกินที่สาขา 2 แทน ด้วยหวังว่าบรรยากาศในร้านคงจะดีขึ้น (สาธุ~)
หมดวันนี้ไปได้ คงต้องหาอีโนมากินซะล่ะมั้ง =____=
.
เห็นลิสร้านอาหารแล้วก็ให้เหนื่อยกระเพาะค่ะ ก็ต้องพยายามกันต่อไป
.
ขอให้เทอมนี้ เมธ์เจริญอาหารด้วยเถอะ
สาธุ
ปล. ประกาศให้โลกทั้งใบรู้ว่า ปี 4 แล้วค่ะ~!! ปี 4 แล้วอย่างจริงจัง (เฮ้อออออ)
.
-----------------------------------------------------------------------------
.
.
** มีข่าวมาบอก...ออก....ออก.....ออก..............
สิ้นเดือนนี้จะมีงานหนังสืออีกแล้วค่ะทุกคน~~ *ตาวิบวับเป็นประกาย* เป็น MIDYEAR SALE ของสนพ. a book
(ส่วนถัดจากนี้ไปขอยกมาจากบลอคของพี่ก้องนะคะ)
พบกับ
+หนังสือและสินค้าแข่งกันลดราคาอย่างน่าตกใจ!!! (มากๆ)
+ใครพลาดงานสัปดาห์หนังสือฯ นี่คือโอกาสแก้ตัวงามๆ
+ใครที่เคยหัวเสียกับความแน่นขนัดในบูธงานสัปดาห์ฯ เอาหัวมาซ่อมงานนี้ได้เลย เพราะเดินสบาย กรุยกรายกว่ากันเยอะ ซื้อหนังสือเสร็จ ช้อปต่อได้อีก! ดูหนังต่อได้อีก! กินต่อได้อีก! แล้วทำไมจะไม่มาล่ะ!!!
+พบนักเขียนระดับตัวแม่ตัวพ่อมากมายที่จะมาให้คุณได้คลุกวงใน
+เปิดตัวหนังสือใหม่อีกหลายเล่ม โดยเฉพาะงานใหม่เอี่ยมจาก นิ้วกลม ทรงศีล และทรงกลด!
+คอนเสิร์ตจากวง Friday พร้อมศิลปินและเหล่าเซเล็บมากมาย
+กิจกรรมทุกวัน ตั้งกะสายๆ ยันเย็นย่ำ ทั้งสนุก ทั้งได้แรงบันดาลใจ ตามสไตล์อะบุ๊กอะเดย์
+ของรางวัลเยอะจริงๆ งานนี้ ไม่มีการกลับบ้านมือเปล่าแน่นอน เตรียมถุงผ้ามาขนของฟรีได้เลย
+อ้อ แต่ถ้าไม่มีถุงผ้า มาหาซื้อในงานก็ได้ หึหึ
ปีนี้ 4 วันรวด! 26-29 มิถุนายน 2551
Central World Plaza
โซนเอเทรียม 1,2
** วันที่ 29 มิถุนา จะมีเปิดตัว "หน่อไม้" หนังสือใหม่ค่ะ เขียนขึ้นจากเรื่องจริง ทริปการเดินทางจริงๆ (คิดแล้วเศร้า อดไปด้วย ฮือ...)
น่าจะเป็นโปรแกรมสุดท้ายก่อนปิดงาน (ช่วงสักทุ่มนึง) ด้วยค่ะ ขอยกคำโปรยมาแปะไว้ให้อ่านกัน
"การเดินทางร่วมกันของ 3 นักเขียน กับ 44 นักอ่าน ที่ตั้งใจชวนกันนั่งรถไฟไปปลูกต้นไม้ใต้ดวงดาว แต่กลับเจอ ความฝันที่สูญหาย ความหมายของการมีอยู่ และอะไรที่คล้ายๆ ความรัก" - ทรงกลด บางยี่ขัน
(แค่ตัวอักษรก็เล่นเอาซะเคลิ้มเลยนะพี่ก้องนะ >__<)
จะมีใครไปบ้างมั้ยนี่ (แต่เมธ์คนนึงล่ะที่ไม่พลาดแน่ ฮี่~ ) ใครจะไปวันไหนตอนไหน ลองมาบอกๆกันไว้นะคะ เผื่อได้เจอกันล่ะเนอะ ^____^
ที่มา : daypoets.com, lonelytrees.net
----------------------------------------------------------------------------